หลัก 6 ข้อในการเลือก Computer เพื่องานดนตรีและการ แต่งเพลง

หลัก 6 ข้อในการเลือก Computer เพื่องานดนตรีและการ แต่งเพลง

    คงมีหลายคนที่อยากคิดเริ่มต้น แต่งเพลง ทำดนตรี ด้วยตัวเอง อาจจะเพื่องานอดิเรก หรือคิดอยากเริ่มต้นเป็นศิลปิน หรือทำเป็นอาชีพ ซึ่งแน่นอนว่า นอกจากจะต้องรู้เรื่องดนตรีพอสมควร สามารถปั้นเพลงออกมาได้ ด้วยเครื่องดนตรีที่ตัวเองเล่น (หรือร้องฮัม) สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ การบันทึกเสียง อัดสิ่งที่เราเล่น ที่เราแต่ง แต่ละเสียง ออกมาประกอบกันให้เกิดเพลงที่สมบูรณ์ ซึ่งแน่นอนว่า เราจะขาดสิ่งที่สำคัญเครื่องมืออย่างหนึ่งที่สำคัญมากในปัจจุบันไปไม่ได้ นั่นคือ “Computer”

    ยุคนี้การ แต่งเพลง ทำดนตรี จากคอมพิวเตอร์นั้นเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาไปมากจนเราสามารถเข้าถึงคุณภาพการทำดนตรีที่มาตรฐานค่อนข้างสูงกว่าเมื่อก่อน ในราคาที่ต่ำกว่าเมื่อก่อนมากๆ (สมัยยังไม่มี software เค้าใช้ hardware ราคาเป็นล้านๆกันครับ) แต่เจ้า Computer ที่ว่าเนี่ยสิ มันมีก็สเปคหลากหลายแบบไปหมด หลายๆคนอาจจะงงว่า แล้วต้องซื้อแบบไหน? คอมพ์ที่ใช้งานอยู่ปกติตอนนี้ทำเพลงได้มั้ย?

    วันนี้ VERYCATSOUND เราจะมาแนะนำสิ่งนี้ครับ

หลัก 6 ข้อในการเลือก Computer เพื่องานดนตรีและการ แต่งเพลง

 

1. เลือกสิ่งที่สเถียรกว่า

“Mac ปัญหาน้อยกว่า แม้ไม่ได้อยากจะอวย แต่มันคือเรื่องจริง”

    อันนี้ขอบอกว่า ถ้าคุณเป็นมือใหม่จริงๆ แล้วมีงบประมาณเพียงพอ ให้ใช้ Mac ไปเลยดีกว่าครับ เพราะผมอยากให้คุณโฟกัสกับการทำดนตรีให้ได้ประสิทธิภาพจริงๆ โดยไม่ถูกรบกวนด้วยเรื่องหยุมหยิม ปัญหายิบย่อยที่ทำให้ไม่ได้ทำซะที อ๊ะๆ นี่ไม่ใช่การเถียงกันในฐานะสาวกแม๊คหรือพีซี ผมไม่ได้บอกว่ามันประสิทธิภาพดีกว่านะ แน่นอนว่าในคุณภาพความแรงเท่าๆกัน PC ย่อมแรงกว่า Mac แต่คุณประโยชน์จากการเลือกแม๊คคือ

– Mac มี Soundcard ในตัวที่ ok กับการทำดนตรีอยู่แล้ว

    สามารถเปิดมาแล้วใช้งานทำดนตรีได้เลย โดยไม่ต้องมีการเซตค่าที่ยุ่งยาก ตรงข้ามกับ PC ที่จะให้ Soundcard ที่ไม่เหมาะสมในการทำดนตรีติดมากับเมนบอร์ด ซึ่งทำให้เราต้องไปหาซื้อ Soundcard หรือ Audio Interface แยกมาต่อใช้งานเพิ่ม (ซึ่งที่จริงแล้วการทำงานในระดับโปรยังไงก็ต้องซื้อเจ้าสิ่งนี้อยู่ดีแหละครับ เพียงแต่สำหรับผู้เริ่มต้นอยากให้อย่าเพิ่งไปโฟกัสกับมันนัก)

– ตัดเรื่องหยุมหยิมออกไปได้เยอะ

    อย่างที่รู้กันว่า Mac มันสเถียรกว่า ไวรัส น้อยกว่าหรือแทบจะไม่มี และไม่ค่อยแฮ๊งบ่อยเท่าพีซี เราควรทำเครื่องเราให้คลีนที่สุด เพื่อพร้อมกับการทำดนตรี ซึ่งความสเถียรของแม๊คนั้นตอบโจทย์ คือคอมที่เอาไว้ทำดนตรีเนี่ย อยากให้เป็นคอมที่แยกขาดจากการใช้งานด้านบันเทิงไปเลยจะดีกว่าครับ เล่นเนตอะไรพอได้ แต่อย่าโหลดบิทเลยครับ… มันทำให้เครื่องเจ๊ง ถ้าจะเล่นบิท มีเครื่องเมียน้อยอีกเครื่องเอาไว้โหลดเถอะครับ อันนี้แนะนำจากใจ…

    คือผมก็ไม่ได้อยากจะอวยยี่ห้อไหนเป็นพิเศษหรอกนะครับ แต่อยากจะแชร์ประสบการณ์ที่เป็นเรื่องจริง แต่ก่อนเริ่ม แต่งเพลง ทำดนตรีใหม่ๆ ผมก็พยายามจะทำดนตรีด้วย PC เหมือนกัน แต่ก็ไปไม่รอด เพราะเสียเวลากับปัญหาจุกจิกเรื่องการลงโปรแกรม กับการเซตค่าอะไรสารพัด แต่พอได้เรียนจริงจังและลองใช้ Mac วันแรก ปัญหาทุกอย่างที่ติดขัดเป็นปีๆหายไปหมดเลยครับ แพงแต่จบ ผมสามารถทำเพลงออกมาได้ตั้งแต่วันแรกที่ใช้ ซึ่งมันก็อาจจะเป็นความโง่คอมพ์ของผมเองก็ได้ เพราะก็มีหลายคนที่ใช้ PC แล้วก็ทำเพลงได้ดีอยู่ทั่วไป คือถ้าคิดว่าเก่งเรื่องคอมพ์พอ และสามารถรับมือกับปัญหาหยุมหยิมได้ PC ก็เอาอยู่ครับ

2. การ์ดจอไม่สำคัญ

    ความโหดร้ายอย่างหนึ่งของการใช้ Mac คือ มันชอบอัพราคาโหดมหาศาลไปกับเรื่องที่คนทำดนตรีไม่ได้ใช้ อย่างการ์ดจอ ยิ่งพวก iMac ชอบใส่การ์ดจอเทพๆ สองตัวมาให้ บวกด้วยจอเรตินา สวยคมสุดยิด เพื่อ?!?!?! ผมแนะนำว่า ถ้าเป็นไปได้ลองหารุ่นที่ตัดสิ่งนี้ออกไปเพื่อประหยัดงบประมาณ อาทิ เช่น Macmini จะคุ้มค่ากว่าเยอะครับ ในอนาคตจะมีเรื่องให้เสียตังค์อีกเยอะ อาทิเช่น พวก soundcard, ลำโพง monitor เอย midi keyboard เอย ฯลฯ เตรียมเอาเงินไปลงกับอย่างอื่นดีกว่า

3. อัดความเร็วให้เยอะที่สุด

    ทั้ง CPU และ Ram เลือกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตามงบประมาณที่มีเลยครับ ตอนทำเพลงที่มี layer เครื่องดนตรี หรือใส่ plug-in เยอะๆ จะเห็นผลชัดมาก

4. นับ Port ให้ดีๆ

    ดูให้ดีว่า คอมพ์รุ่นนั้นๆ ให้ port หรือ รูเสียบ ต่างๆ มาเท่าไร เช่นพวก HDMI, Thunderbolt , USB , Firewire และเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ เพราะทำงานดนตรีเราจะต้องเสียบหลายอย่าง ทั้ง soundcard , external hdd ,  จอ 1-2 จอ , mouse , keyboard , midi keyboard , controller อะไรอีกสารพัด

    ตัวที่ใช้ USB เราอาจหา hub มาเสียบเพิ่มได้ แต่พอร์ทหลายอย่างมันไม่มี HUB ต้องลองเช็คอุปกรณ์ที่เราจะใช้ และคำนวนให้ดีๆครับ

5. HDD ควรจะทั้งเร็วทั้งจุ

    ความเร็ว HDD ควรเลือกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างพวก HDD ความเร็ว 7200 รอบ หรือถ้ามีงบประมาณมากแนะนำ Solid state ไปเลยครับ มันช่วยได้มากทำให้เครื่องไม่ overload เวลาใช้งานหนักๆ ความจุก็สำคัญเช่นกัน เพราะพวกเสียงเครื่องดนตรีต่างๆที่เค้าเรียกว่า Sampling นั้น เราควรต้องมีคลังเก็บไว้ให้มาก และแน่นอนมันกินความจุมหาศาล ผมแนะนำว่าควรมีความจุอย่างต่ำ 700 GB

6. เตรียมเงินไว้เผื่อสำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็น

    อย่างที่ได้กล่าวไปว่า การทำดนตรีต้องมีอุปกรณ์เพิ่มเติมอีกหลายชิ้น นอกเหนือจาก Computer คือ (ขอเรียงตามลำดับความสำคัญนะครับ)

– midi keyboard หรือ คีย์บอร์ดใบ้
– audio interface หรือที่เรียกว่า soundcard
– ลำโพงและหูฟัง แบบ studio monitor
– Mic ชนิดต่างๆสำหรับบันทึกเสียง
– เครื่องดนตรีและ controller เสริมต่างๆ

    ซึ่งสิ่งต่างๆที่ว่าไป เราอาจจะหาซื้อสิ่งเหล่าตามมาทีหลังได้ เพื่อเพิ่มคุณภาพการทำงาน,ความสะดวก ให้กับการทำงาน

    ฝากไว้สำหรับใครที่กำลังจะซื้อคอมพ์เครื่องใหม่สำหรับทำงาน แต่งเพลง งานดนตรีนะครับ คิดว่าคงเป็นประโยชน์บ้าง พบกับสาระดนตรีได้ที่นี่ VERYCATSOUND สตูดิโอเสียงแมวๆ :3

Share your thoughts