MBX one ซินธิไซเซอร์คนไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก

    ผมเชื่อว่าคนที่ติดตามเวบ VERYCATSOUND มาโดยตลอด ส่วนใหญ่คงจะรู้จักคำว่า ซินซิไซเซอร์ (Synthesizer) กันอยู่แล้ว สำหรับคนที่ไม่รู้จัก ผมขออธิบายสั้นๆละกันครับว่า มันคือ “เครื่องสังเคราะห์เสียง” แบบอิเลคโทรนิค ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่สำคัญในการทำดนตรีแนว Electronic หรือบางทีเราก็เห็นวงดนตรี pop , rock ต่างๆ นำไปใช้เล่นเพื่อสร้างสีสันทางดนตรีให้กับเพลง ซึ่งส่วนมากมันก็จะมีรูปลักษณ์แบบ “คีย์บอร์ด” ที่เราเห็นกันทั่วไป

    ปกติแล้วเครื่องดนตรีชนิดนี้จะทำในต่างประเทศ และมีราคาค่อนข้างสูง นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เคยได้ยินว่ามี คนทำซินธ์ของไทยด้วย นั่นคือ MBX one ที่ผมมีอยู่เครื่องหนึ่งพอดี ขอรีวิวให้อ่านกันวันนี้นะครับ

ซินธิไซเซอร์สัญชาติไทย ตัวแรกของโลก MBX one

“ซินธ์สำหรับผู้ที่เล่นคีย์บอร์ดไม่เก่ง ใครๆก็เล่นได้”

     ครั้งแรกที่ผมได้เห็นหน้าตาเจ้า MBX one นี่ก็บอกได้เลยว่า มันช่างประหลาดกว่า ซินธ์ทั่วไปยิ่งนัก คือไม่ได้รูปร่างแบบ คีย์บอร์ด อย่างที่ใครๆคุ้นตา แต่รูปร่าง minimal แบบกล่องสี่เหลี่ยมขาวโพลนแบบนี้มันก็ดูเท่ห์ดีไปอีกแบบ ซึ่งทีแรกกลัวว่ามันจะเล่นยากน่ะสิ เพราะไม่มี parameter อะไรบอกเลย แต่ไม่ต้องกลัวครับ เพราะทางผู้ผลิตได้ทำแผ่นใสมาแปะเป็นหน้ากากแถมมาในกล่องด้วย การทำความเข้าใจจึงไม่ยากเย็นอะไรนัก

    ขอพูดถึงฟังก์ชั่นของมันก่อน และลองเล่นดู พบว่า ด้วยความที่ octave บนเครื่องนั้นน้อย และไม่มี parameter บอก ทำให้ตอนเริ่มต้นอาจจะรู้สึกว่าเล่นยากสักนิด แต่หลังจากได้ลองศึกษาจากคู่มือดู ก็พบว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด จะขอพูดถึงจุดเด่นของมันเป็นข้อๆนะครับ

1. มันถูกออกแบบมาให้เหมาะกับ “คนเล่นคีย์บอร์ดไม่เป็น”

    มันมี ฟังก์ชั่นหลายอย่างที่เอื้ออำนวยให้การเล่นซินธ์ หรือคีย์บอร์ดนั้น ง่ายขึ้น อาทิเช่น การเล่นคอร์ดชนิดต่างๆ โดยการกดแค่ปุ่มสองปุ่ม อาทิ เช่น กด ปุ่ม C + ปุ่ม minor 7 ซึ่งอำนวยความสะดวกให้คนที่เล่นคีย์บอร์ดไม่เป็น เป็นอย่างยิ่ง

    นอกจากนี้ ฟังก์ชั่นอื่นๆ อาทิ การเซตให้แต่ละปุ่มเป็นคอร์ด หรือโน๊ต ตามที่ต้องการ แล้วเล่นเพียงกดปุ่มเรียงๆกัน หรือ one key play ที่สามารถเล่น โน๊ตหรือคอร์ดที่เรียงไว้แล้ว ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว!

2. มีฟังก์ชั่นอย่างอื่นครบครัน

    ถึงจะบอกว่าถูกออกแบบมาเพื่อคนที่เล่นดนตรีไม่เก่ง หรือเล่นคีย์บอร์ดไม่เป็น แต่ทางผู้ผลิตก็ขนฟังก์ชั่นต่างๆที่ ซินธ์เครื่องหนึ่งควรจะมีมาอย่างครบครัน อาทิ การปรับ OSC , Waveform , Transpose , Fine Tune , LFO , Drum Machine , Sequencer , Appegiator , Chord Inversion , Tremolo , Mono-Polyphonic , ฯลฯ เรียกได้ว่าแทบจะครบ ไม่ขาดอะไรไปเลย

    ฟังก์ชั่นหลายอย่างอาจดู advance สักนิด แต่ถ้าลองศึกษาคู่มือดูหน่อย จะพบว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด และสามารถใช้ประสิทธิภาพเครื่องได้อย่างคุ้มค่า

3. มีปุ่ม Magic Key

    ปุ่ม Magic Key นั้นสามารถดึงฟังก์ชั่นการใช้งานหลักๆออกมาใช้งานได้อย่างง่ายดาย! อันนี้ผมเพิ่งรู้จริงๆ เพราะในคู่มือเวอร์ชั่นปัจจุบันก็ไม่มีบอก (คาดว่าต่อไปคงอัพเดตในอนาคต)

4. รูปลักษณ์เก๋ เท่ห์ สวยงาม พกพาสะดวก และจบในตัวเอง

    นอกจากจะดูดี เล็กกระทัดรัดแล้ว ยังแถมช่องต่อเอฟเฟค in และ out เพื่อเชื่อมต่อกับเอฟเฟคแยก และยิงสัญญาณกลับเข้ามาออกลำโพงในเครื่อง จบในตัวเองได้เลย โดยไม่ต้องพกอะไรรุงรังมาก เหมาะพกไปเล่นสนุกๆ หรือแม้แต่เอาไปใช้เล่นสดจริงก็ยังได้

5. ราคาถูก!

    5,000-6,000 กับฟังก์ชั่นการใช้งานระดับนี้ ผมถือว่า โอเคมากๆ เพราะถ้าเทียบกับซินธ์ยี่ห้ออื่นของต่างประเทศ ด้วยฟังก์ชั่นเยอะขนาดนี้ หาราคานี้ไม่ได้แน่นอนครับ

    เดี๋ยวจะหาว่าอวยอย่างเดียว ขอพูดถึงข้อเสียกันบ้างดีกว่า อย่างแรกที่ผมรู้สึกคือ เสียดายว่ามันไม่มีช่องต่อ midi ในตัว สำหรับต่อคีย์บอร์ดแยกออกมา ซึ่งแน่นอนว่า คีย์เล็กและแปลกแบบนี้ คนที่เป็นมือคีย์บอร์ด มือเปียโน ย่อมต้องรู้สึกคันไม้คันมือหงุดหงิดยิบๆเป็นแน่ อยากจะต่อคีย์บอร์ดแยกก็ต่อไม่ได้อีก แต่อย่างว่าแหละครับ เพราะคอนเสปต์ของเค้าคือ “ซินธ์สำหรับผู้ที่เล่นคีย์บอร์ดไม่เก่ง ใครๆก็เล่นได้” (ทางผู้ผลิตแอบกระซิบมาว่า ในรุ่นต่อๆไปจะเพิ่มการต่อ midi แน่นอนครับ ดีใจได้เลย 5555+)

    ส่วนเรื่อง วัสดุ กับ เรื่องเนื้อเสียง ผมคงไม่ขอพูดถึงนะครับ เพราะด้วยราคาที่ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว ผมคิดว่ามันออกมาดูดีที่สุดในราคาที่เป็นไปได้แล้ว ด้วยราคาเรทนี้ ถ้าไปดูซินธ์ตัวเล็กๆของ Korg ก็จะพบว่าใช้วัสดุเป็นพลาสติกแบบเดียวกัน และเรื่องเนื้อเสียงที่ให้สไตล์แบบ lo-fi เล็กๆ เพราะมาจากวงจร Digital ที่ถ้าหลายคนที่เป็นสาย Analogue ก็อาจจะไม่ชอบใจนัก (ซึ่งอนาลอกซินธ์มันราคาเป็นหมื่นเป็นแสน) ซึ่งดูจะชัดเจนในคอนเสปต์ว่า มันเป็นซิินธ์สำหรับ beginner จริงๆ ส่วนใครที่เป็นสายลึกมือโปร จะซื้อเอาไว้เล่นขำๆ พกไปเล่นสนุกๆ ก็ไม่เลวนัก

สรุป

    แม้จะไม่ใช่ซินธ์ที่ดีเลิศสมบูรณ์แบบ แต่สำหรับการเป็น ซินธิไซเซอร์ สำหรับ “มือใหม่” MBX one สร้างได้ตอบโจทย์ ผมให้ผ่านครับ ซึ่ง “แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่ก็เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของคนไทย” ผมนับถือในความพยายามตั้งใจ อยากให้ช่วยกันสนับสนุนผลงานของคนไทยด้วยกัน ให้เป็นแรงกำลังไปต่อยอดพัฒนารุ่นต่อๆไปให้สมบูรณ์ยิ่งๆขึ้นอีกในสักวัน “คนไทย ถึงจะทำซินธ์ก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกครับ”

    ขอปิดท้ายกันด้วยคลิปสัมภาษณ์คุณ ปิติพงษ์ สมบูรณ์พร ผู้สร้าง MBX one ซินธ์ตัวนี้ครับ ^^

สนใจ MBX one สามารถสั่งซื้อได้ที่

www.pitiloves.com

www.facebook.com/pitiloves

Share your thoughts