โตเกียว 1 เดือน Day 28 : ตามรอย Cornelius ที่ Nakameguro

     เมื่อวานหลังจาก Day 27 : Moshi Moshi Nippon งานฝรั่งคลั่งปามิว ที่ลุยคอนเสิร์ตติดๆกันอย่างหนักมาหลายวัน วันนี้มาเบาๆ ชิลล์ๆ เดินเล่นๆ กันบ้าง

     ก่อนหน้านี้สิ่งที่ผมเคยได้ยินเกี่ยวกับ Nakameguro มีเพียงสองอย่าง

1. เคยอ่านจากหนังสือท่องเที่ยวว่าเป็นย่านฮิพๆอีกย่านที่มีจุดเด่นคือเป็นแม่น้ำ ที่เลียบคลองสองฝั่งสองข้างทางอุดมไปด้วยร้านเก๋ๆ

2. เป็นที่ๆเคยมีกระแสของดนตรีทดลองชนิดหนึ่ง ที่มีคนขนานนามว่า “Nakame-kei”

Nakame-kei กระแสเล็กๆ หลัง Shibuya-kei

    ขอเกริ่นถึงคำว่า “Nakame-kei” กันสักนิด ช่วงที่ผมเคยหาข้อมูลเรื่อง Shibuya-kei อย่างบ้าคลั่ง ก็เคยไปเจอคำนี้เข้า มันคือกระแสของดนตรีที่ต่อเนื่องจากยุค Shibuya-kei หลังจากที่ ชิบุยะเคย์ดั้งเดิมนั้นดูจะล่มสลายไปพร้อมกับการยุบวงของ Pizzicato Five ในช่วงปี 2000-2001 รอยต่อนั้นเอง มีศิลปินต่างประเทศอย่าง “Momus” ที่อยู่ในแวดวงดนตรีอินดี้ญี่ปุ่นได้จำกัดความกระแสของดนตรีทดลองที่ได้เริ่มก่อตัวขึ้นในย่าน นาคาเมะกุโร่ นี่ และได้ขนานนามมันว่า Nakame-kei นั่นเอง ซึ่งเป็นกระแสสั้นๆมาก ตามตำนานที่ Momus เล่ามา กล่าวว่า แถวนี้อุดมไปด้วยคาเฟ่ออแกนิค ซึ่งเหล่าคนชิคๆ มักชอบมารวมตัวกันแถวนี้ (ย้ายถิ่นฐานจากชิบุยะมา) และนิยมทำดนตรีทดลอง เปิดการแสดงกันที่ร้านแถวนี้

    ภายหลังจากเห็นอะไรๆมามากระดับนึง และการสนทนากับเพื่อนนักฟังและนักดนตรีทั้งญี่ปุ่นและฝรั่งเอง ผมค่อนข้างมั่นใจว่า กระแสนี้มัน เล็กมาก และสั้นจริงๆ… เผลอๆมีเพียง Momus คนเดียวด้วยซ้ำที่บัญญัติคำนี้ขึ้นมา และใช้คำนี้เอง lol (อ่านเรื่องของ Nakame-kei ได้ที่ ย้อนรอยประวัติศาสตร์ดนตรีอินดี้ญี่ปุ่น Shibuya-kei ตอนที่ 4 : อวสานและการเปลี่ยนแปลง )

    ผมมีข้อมูลแค่นี้จริงๆ นอกนั้นก็ไม่รู้อะไรเลย ลองไปดูมั่วๆ นั่งรถผิดๆถูกๆ ไปลง Meguro ก่อนแล้วเดินมาเรื่อยๆไปทางสถานีที่มีคำว่า Nakameguro

    ระหว่างเดินก็สังเกตสิ่งที่น่าสนใจในย่านนั้นไปด้วย โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับดนตรี เจอโรงเรียนสอนทำเกมส์ที่หนึ่ง แต่นอกเหนือจากนั้นก็ยังไม่เจออะไรที่น่าสนใจมาก

P1700611
สถาบันสอนทำวิดิโอเกมส์ในย่านนั้น

 

    ระหว่างเดินไปเรื่อยเปื่อย ผมก็ได้เจอกับสะพานข้ามน้ำอะไรบางอย่างเล็กๆ ที่รู้สึกว่าวิวทิวทัศน์แถวนี้มันดูคุ้นๆนะ….

    ผมพยายามทบทวนความทรงจำว่าเคยเห็นไอ้วิวประมาณนี้ที่ไหน สะพานข้ามน้ำ คลองสองข้างทาง มีต้นไม้…. นึกๆๆๆ จนในที่สุดก็จำได้ว่า เฮ้ยใช่ละ! มันคือที่ๆ Cornelius เทพศิลปินอินดี้ญี่ปุ่น ถ่าย mv เพลง “From Nakameguro to Everywhere” นี่หว่า ผมรีบเสริ์ช mv เพลงนี้ในกูเกิล และแคปเจอร์หน้าจอ เพื่อพยายามเดินหาจุดที่ตรงกับภาพใน mv นั้นเป๊ะๆ เลยเดินเลียบคลองไปเรื่อยๆ

mv ของ Cornelius : From Nakameguro to Everywhere

        ระหว่างทางเจออะไรดีๆ เจอสวนแปลกๆ ทางน้ำ สวยๆ โดยบังเอิญ ไม่รู้ชื่ออะไร ดูจะเป็นสวนสาธารณะที่หนึ่งที่คนนิยมมานั่งๆนอนๆกันที่นี่ 

P1700680
เอกลักษณ์ของ Nakameguro คือคลองนี่แหละ เลียบแม่น้ำสองข้างทางน่าเดินมาก
P1700628
ทางน้ำอะไรไม่รู้เหมือนกัน สวยๆ มีคนมานั่งๆนอนๆทำอะไรก็ไม่รุ้

    ตามรอยไปเรื่อยๆ จนปรากฎว่าเจอจุดที่ชิคๆ ที่เค้าเดินๆ กันจนได้ มันคือเลียบคลองที่นี่แหละ ร้านเก๋ๆเยอะ จำพวก คาเฟ่ เสื้อผ้า หน้า ผม หนังสือ ของเก่า ต้นไม้ ฯลฯ Hipster element ทั้งหลาย ที่นี่ชิลล์ดีมากเลย เดินสบายๆ ร่มเย็น ถ้ามีเวลามาแช่อยู่แถวนี้สบายใจดีนะ

P1700688
Cow books ร้านเก๋ๆต่างๆแถว Nakameguro ดันมาตอนมันปิดซะงั้น อดเลย T-T

P1700709 P1700710 P1700689

จนในที่สุด…

ผมก็เจอจุดที่ตามหาอยู่ จุดนี้จนได้!

P1700698
Nakameguro มุมที่ Cornelius ใช้ถ่าย MV เป๊ะ
2014-09-29 14.25.04
เทียบกับภาพใน mv เหมือนมั้ยครับ?

 

Nakame-kei นั้นมีมูล

    ที่จริงสิ่งที่ Momus พยายามนิยาม ถึงกลุ่มก้อนดนตรีแบบ Nakame-kei มันก็ใช่ว่าจะมั่วขึ้นมาเองไปซะทั้งหมด ทั้งภาพ และ ชื่อเพลงของ MV นี้ที่เห็นเริ่มทำให้ผมประติดประต่อได้ มันเป็นไปได้ว่า ดนตรีแบบ Cornelius ในยุคสมัยใหม่ (ช่วงอัลบั้ม Five Point One หลังปี 2000 เป็นต้นมา) นั้นดูแตกต่างจากแนวทางแบบ Shibuya-kei ดั้งเดิม และออกไปทางดนตรีทดลองมากขึ้น และอาจมีหลายศิลปินที่ทำตามจนเกิดเป็น trend ในช่วงนั้น (ซึ่ง Momus เองก็คงเป็นคนหนึ่งในเทรนด์นี้) จึงมีใครบางคนพยายามจำกัดความให้เป็นชื่อแนวอีกแนวหนึ่งขึ้นมา สรุปว่า Nakame-kei น่าจะเป็นสิ่งที่มีซาวด์ใกล้เคียงกับดนตรีแบบ Cornelius ยุคใหม่นี่แหละ และทั้งชื่อเพลง From Nakameguro to Everywhere ก็ดูเหมือนจะบอกเรากลายๆว่า ที่แห่งนี้เคยเป็นจุดชุมนุมของฮิพสเตอร์ในช่วงเวลานั้น ที่พยายาม invent อะไรใหม่ๆและแพร่กระจายซาวด์นี้ออกไปทั่วโลกอย่างไงอย่างงั้น…

     จบการมโนของผม ฟังหูไว้หูนะครับ ผมก็ไม่ได้รู้ทุกอย่าง แค่พยายามปะติดปะต่อเรื่องราว ตีความจากสิ่งที่เคยเห็นเคยได้ยินเท่านั้นเอง


 

Jiyugaoka ดินแดนขนมหวานของเหล่าสาวๆน้อยใหญ่

    นั่งรถมาต่อที่ จิยุกาโอกะ เป็นดินแดนของหวาน ที่นอยบอกแล้วว่า ผมไม่น่าจะชอบ ซึ่งมันก็จริง… เป็นอีกย่านของผู้หญิง มีร้านขายของเล่นแนวผู้หญิงๆ โดยเฉพาะ ปกติผมชอบของหวานนะ เพียงแต่ย่านนี้มันเป็นของหวานแบบร้านไม่ได้ชิค… นอยนี่ช่างรู้ใจจริงๆ

    ช่างเถอะ ไหนๆก็มาละ เดินเล่นๆซะหน่อย ไปตรง Sweet forest ดูไม่ค่อยมีอะไรที่ผมสนใจ และไม่ค่อยเหมาะกับผมเลย เลยออกดีกว่า แถวนั้นเน้นขายพวกอุปกรณ์ทำอาหาร ทำของหวาน สุดท้ายผมมาเสียตังค์ให้เป้ adidas ดีไซน์มินิมอล ที่หาในไทยไม่ได้ ตรง shop แถวนั้นซะงั้น (ซึ่งจริงๆซื้อย่านอื่นก็ได้ -_-‘)

P1700727
จิยุกาโอกะ ดินแดนของหวาน ที่ผมไม่ต้องมาก็ได้…
P1700719
แต่ได้เจ้านี่มา ชอบจัง แมวขอโทษ 555+ ชอบมากกกก

    บรรยากาศอื่นๆ เผื่อใครสนใจอยากเดิน ย่านนี้ครับ อุดมไปด้วยของหวาน อุปกรณ์ทำของหวาน ของเล่นเด็กผู้หญิง และหลายๆอย่างที่ผู้ยิ๊ง ผู้หญิง

P1700720 P1700721 P1700732 P1700738 P1700739

    ที่จริงวันนี้มีไปเก็บตกอีกหลายย่าน อาทิ ชิโมคิตะซาวะ , ชิบุยะ แต่ขอรวบไปพูดวันอื่นละกันครับ

จบวัน ตอนต่อไป พบกับ Day 29 : เช้าสงบใจใน onsen / เย็นหมกมุ่นคุยกับ dr.usui

Share your thoughts