โตเกียว 1 เดือน 1 แสนบาท : บทส่งท้าย ได้อะไรจากญี่ปุ่น?

    ภาพด้านบนคือทั้งหมดที่ผมได้จากญี่ปุ่น… ประกอบด้วย

– CD เพลง จำนวน 50-60 แผ่น (ตอนตรวจ ตม. เข้าประเทศนี่อย่างเสียว)

– ฟิกเกอร์ JOJO S.A.S จำนวน 3 กล่อง

– แผ่นเกมส์ PS3 Ultra Street Fighter 4 Collector Edition 1 แผ่น

– Synthesizer : Teenager Engineering OP-1 และอุปกรณ์เสริม 3 กล่อง พร้อมหูฟัง

– เป้ Adidas

– เสื้อแมว จาก ยานากะกินซ่า 1 ตัว

– แว่นตาจากผับ Ageha 2 อัน

– หนังสือเกี่ยวกับ Shibuya-kei , indie pop ที่อ่านไม่ออก 3 เล่ม

– หนังสือเดินเล่นตามรอย ฮารูกิ มูราคามิ 1 เล่ม

– หนังสือสือ Edo-Tokyo Museum 1 เล่ม

– หนังสือโน๊ตสกอร์เพลง 5 เล่ม (Perfume , Flipper’s Guitar , Supercar , Kyary Pamyu Pamyu – Ninjare bangbang & Fashion Monster)

– และประสบการณ์… ที่ประเมินเป็นมูลค่าไม่ได้


 

โรคคิดถึงญี่ปุ่น

    ผมกลับมาดำเนินชีวิต ตามปกติ ไป event ดนตรีที่ไทย เจอเพื่อนฝูงในวงการดนตรี พูดคุยกับคนใน Community หลายๆคน ไปอัดเพลง ทำอัลบั้มกันต่อ ที่ค่าย ทำงาน ทำดนตรีประกอบโฆษณา ประกอบสื่อ ตามประสา Composer ไปเรื่อย

P1710688
กลับมาเที่ยวดนตรีที่ไทยต่อ… Loop Festival
P1710654
พี่พาย จาก fungjai.com เวบไซต์เพื่อดนตรีอินดี้ไทย
2014-10-05 18.57.55
กลับมาลุยทำอัลบั้ม Handicat กันต่อ ที่ Panda Records

    ระหว่างชีวิตประจำวันปกติ ผมประสบกับสิ่งที่หลายคนที่กลับจากญี่ปุ่นคงเคยเป็น คือ “โรคคิดถึงญี่ปุ่น”

    ไปสยาม มองอะไรก็นึกถึงที่นั่นไปหมด ไปกินชาเขียวร้านประจำร้านหนึ่งที่ Central World แล้วพยายามสั่งอะไรกิน ที่เข้าใกล้ความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ ไปกินเครปก็นึกถึง บางวันก็ไปออนเซนที่ไทย ที่มีอยู่เจ้าเดียวที่สุขุมวิท กลายเป็นยิ่งไปยิ่งคิดถึงซะงั้น

    ตลกตัวเองอย่าง ตอนไปเข้าออนเซนในไทย ผมกลับไม่อายเลยแม้แต่นิด ทั้งๆที่เห็นคนไทยคนอื่นดูจะอายๆ และพยายามปิด แต่ชาวต่างชาติคนอื่นเค้าก็เดินกันปกติ ไม่ได้ดูพยายามจะปิดส่วนนั้นมากเท่าคนไทย ซึ่งดูเหมือนผมจะมีภูมิต้านทานความอายจากญี่ปุ่นมาดีพอแล้ว (หน้าด้าน) การได้เดินแก้ผ้าแช่น้ำนี่มันรู้สึกดีจริงๆ นะ อ่าห์

2014-10-06 18.36.48
ราคาแพงนะ เพียงแต่ว่า หลังจากกลับมาจากญี่ปุ่น ก็ไม่รู้สึกว่าอะไรแพงอีกต่อไป… (ไม่มีที่ไหนแพงเท่าที่นั่นละ)
2014-10-06 17.55.17
เครป ฮาราจากุ ในไทย เห็นแล้วนึกถึงวันเวลาที่โตเกียวจัง

    บางอย่างเลยต้องยอมรับว่า มีการเปรียบเทียบ ประเทศเค้ากับประเทศเรา นับตั้งแต่วินาทีที่ก้าวออกจากสนามบินมาแตะพื้นที่ไทย ผมรู้สึกเลยว่า ประเทศเรานี่มันด้อยพัฒนาจริงๆ นะ… หลายสิ่งหลายอย่างมีแต่เรื่องแย่ๆ ไอ้นู่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็โกง ไอ้นั่นก็ห่วย ใจมันคอยแต่จะหาจุดผิด จุดตำหนิอยู่เสมอ ผมคิดว่าหลายคนก็คงเป็นเหมือนๆกัน ยกตัวอย่าง หนึ่งในความน่าหงุดหงิดที่ผมเจอ คือ ตู้วางร่มที่ Siam Paragon แต่ดันมีคนเอาขยะไปยัดใส่!? คืออะไร!? อ่านไม่ออก หรือไม่ได้อ่าน หรือมักง่ายเคยชินหรือยังไง!? เห็นอะไรแบบนี้ทีไรมันก็ทำให้อดนึกไม่ได้ว่า ทำไมคนของเรามันช่างโง่เง่า ไร้ระเบียบและห่วยแตกกันได้ขนาดนี้ เห้อ

2014-10-06 16.52.37
หนึ่งในความหงุดหงิดที่เจอหลังกลับมาไทย… คนเอาขยะไปยัดไว้ในตู้เก็บร่ม ขออภัย ภาพไม่ชัดเจนเท่าไร

     ผมพยายามมองหาข้อดีของการอยู่ในประเทศเราให้ได้ เพื่อให้รู้สึกดีขึ้น หลายๆอย่างเราก็ได้เปรียบ ในวิกฤติยังมีโอกาส มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมคิดได้จากการไปทริปญี่ปุ่นครั้งนี้ ขอแยกเป็นข้อๆ เลยนะครับ

ผมได้อะไรจากญี่ปุ่น

1. ไม่มีที่ไหนในโลกนี้ที่ perfect ทุกอย่าง และไม่มีที่ไหนแย่หมดทุกอย่าง ได้อย่างหนึ่งก็ย่อมต้องเสียบางอย่างไป

2. ญี่ปุ่นไม่ได้มีทรัพยากรณ์อะไรที่เหนือกว่าเรา แต่เจ๋งได้เพราะคน ความขยัน ความมีระเบียบ ความดีงามต่างๆ ทำให้สิ่งแวดล้อมและประเทศดีงามตามไปด้วย เราสามารถทำให้ชีวิตเราเองดีงามได้ ด้วยการทำสิ่งดีงามให้เกิดขึ้นมาขึ้นตัวของเราเอง ถ้าทำให้ชีวิตให้ดีมีค่า ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ชีวิตก็จะสวยงามได้

3. ในทางตรงกันข้าม ถึงได้ไปอยู่ญี่ปุ่น แต่ถ้าเราเป็นคนที่ไม่มีคุณค่าพอ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

4. ไปญี่ปุ่น เห็นอะไรดีๆมากมาย แล้วต้องกลับมาช่วยทำให้ที่ๆเราอยู่ดีขึ้นแบบที่เราไปเห็นมา ไม่ใช่คิดแต่จะเอาเงินไปผลาญให้เค้า คลั่งแบบไม่ลืมหูลืมตา มันจะไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย

5. สิ่งที่ญี่ปุ่นไม่มี คือ “ช่องว่างให้ยืน” คือมันมีคนคิดคนทำทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้ว ทำมาก่อนเรา ทำดีกว่าเรา เยอะกว่าเรา ทุกอย่าง มันแทบจะหาจุดยืนไม่ได้เลย ยิ่งถ้าทำงานในวงการออกแบบ วงการศิลปะ ยิ่งแล้วใหญ่ มาตรฐานของการแข่งขันมันสูงมาก

6. สิ่งที่ไทยมีคือ “โอกาส” ที่นี่ยังมีของห่วยๆอยู่เยอะแยะ และยังมีสิ่งที่รอการพัฒนาให้เกิดขึ้นอยู่อีกหลายสิ่งหลายอย่างเต็มไปหมด หลายๆอย่างไทยก็ยังไม่มี มันเป็นโอกาสให้เราสามารถจับจองพื้นที่ยืนของตัวเองได้ในสังคมการแข่งขัน

7. อยู่บ้านที่ไทย 3,000 อยู่ได้ทั้งเดือน อยู่ญี่ปุ่น วันเดียวก็หมดแล้ว… โตเกียวไม่ใช่ที่ที่สนุกเลย ถ้าไม่มีเงิน

8. สังคมไทยอาจจะขี้เกียจ ไร้ระเบียบ และขี้โกง แต่อยู่สบายกว่า ญี่ปุ่น แน่นอน พยายามมองหาข้อดีอะไรบางอย่างและใช้ให้คุ้มค่าดีกว่า คิดบวกเยอะๆ กินผักผลไม้เยอะๆ เก็บเกี่ยวสิ่งที่ประเทศอื่นเค้าไม่มี หาทางรอดในชีวิตแบบซิกแซกให้ได้ นั่นเป็นข้อได้เปรียบของการอยู่อาศัยในไทย คือมีทางซิกแซกเยอะ และต้องซิกแซกให้เป็น ถึงจะใช้ชีวิตในไทยได้อย่างมีความสุข

9. ถึงจะบอกให้ซิกแซกให้เป็น แต่เราควรหยุดพฤติกรรมขี้โกงเล็กๆน้อยๆ พฤติกรรมมักง่ายด้วยคำว่า “ไม่เป็นไร” เสียที เราทำอย่างนี้กันมาช้านานจนความโกงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันเรา จากเรื่องเล็กๆน้อยๆ เคยชิน จนสุดท้ายก็โกงเรื่องใหญ่ๆได้หน้าตาเฉย ผมคิดว่าประเทศเราจะไม่มีวันพัฒนาได้เลยถ้าวันนี้ยังไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง

10. ถ้าอยากเก่งด้านใด วิธีที่เร็วที่สุดมีอย่างเดียว คือ ใช้เวลากับมัน ทำงานด้านนั้นให้เยอะที่สุด ไม่มีทางลัดอะไรทั้งสิ้น อยากให้ชีวิตดี สิ่งแวดล้อมดี ประเทศดี จงทำงานหนัก!

11. อย่ากลัวเสี่ยว อย่าคิดว่าทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ อย่า perfectionism จนเสียเวลานานเกินไปกับงานชิ้นๆหนึ่ง และไม่ได้เข็นงานออกมาซะที ลองไปดูได้เลย งานเก่าๆของคนเก่งๆเทพๆหลายๆคน ก็ไม่ได้ดี มีเห่ย มีเสี่ยว มีพลาดกันทั้งนั้น แต่เค้าเก่งกันได้เพราะมันทำออกมาเยอะจริงๆ ทำแล้วทำอีก ผิดพลาดก็เป็นครู ดูอย่าง Yasutaka Nakata ทำมาสิบห้าปี รวมแล้วประมาณ 30 อัลบั้มได้ ไม่เก่งก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว จงทำ(ผล)งาน! ทำ(ผล)งาน! และทำ(ผล)งาน!

12. คนญี่ปุ่นนั้นมุ่งมั่นทุ่มเทให้กับสิ่งที่รัก ที่หลงไหล โดยไม่มัวมานั่งรอโอกาสวิ่งเข้ามาหา อยากทำอะไร อยากเป็นอะไร รักชอบปรารถนาสิ่งใด จงวิ่งเข้าชนสุดพลัง และทำทุกอย่างเพื่อมัน เพื่อตัวเองและสังคม

13. เราเองก็เป็นเจ้าของตำนานได้ หลายสิ่งหลายอย่างก็เป็นแค่คำที่คนบางคนอุปโลกน์ขึ้นมา ไม่ว่าจะ Shibuya-kei เอย Visual-kei เอย Nakame-kei เอย หรือมาถึงยุค Harajuku เอย ไอ้คำว่า Original ก็ถูกสร้างโดยคนที่มีสองมือสองเท้าเหมือนเราๆนี่แหละ ความศักดิ์สิทธิ์ไม่มีอยู่จริง บางอย่างเกิดขึ้นมาเพราะเหตุผลทางการตลาด หรือบางทีก็เป็นความจำเป็นตามสภาพสังคม ถ้าเค้าสร้างกันมาได้ เราเองก็สร้างได้เหมือนกัน ยังไงก็แล้วแต่ จงซื่อสัตย์กับสิ่งที่เรารัก

2014-10-07 01.16.32
พาสามสาวจากโตเกียวมาเข้าพวกแล้ว เย้! (รูปไม่เกี่ยวกับเนื้อหาแต่อย่างใด)

จบห้วนๆเลยดีกว่า!

ไปทำงานกันเถอะ!!!

Share your thoughts