โปรดิวเซอร์เพลง

7 ขั้นตอนการเรียนรู้ สู่สุดยอด Producer

Share via:

Krissaka Tankritwong

“เส้นทางสู่สุดยอด Producer”

ต้องเรียนรู้อะไรบ้าง ถึงจะเป็นโปรดิวเซอร์ที่เก่งกาจได้

ทำเพลงเป็น ไม่ได้ยากขนาดนั้น ใครก็ทำได้ แต่ทำให้เก่งนั้น ไม่ได้ง่ายๆแน่นอน

หลายๆคนคงเคยเจอปัญหาแบบนี้ คือ พยายามเรียนรู้การทำดนตรีด้วยตัวเอง จนพอทำได้แล้ว แต่ไม่ว่าทำยังไงก็ยังรู้สึกว่าเพลงที่ตัวเองทำ มันไปได้ไม่ถึงขั้นที่ตัวคุณเองเรียกว่าเพลงดีซะที

ปัญหาข้อแรกเลย คือ คุณมีรสนิยมสูงกว่าฝีมือการทำเพลงที่คุณทำได้ครับ ซึ่งเป็นปกติของคนที่สนใจในดนตรีมากๆ มักมีรสนิยมที่ซับซ้อนกว่าคนส่วนใหญ่ ซึ่งนั่นตามมาด้วยปัญหาข้อใหญ่ นั่นคือ

ปัญหาข้อที่สอง คือ เพลงแบบที่คุณอยากทำ ต้องใช้ความรู้ทางดนตรีที่ใช้เวลาในการเรียนรู้มาก ยกตัวอย่างเช่น เพลง pop สมัยนี้ที่คุณคิดว่า มันไม่น่ายาก ปรากฏว่า คุณไม่เข้าใจวิธีการคิด การสร้างคอร์ดของมันเลย นั่นเพราะมันมีส่วนผสมของ Jazz ซึ่งความรู้พวกนี้เป็นสิ่งที่คุณไม่มี

ปัญหาข้อที่สาม คือ คุณไม่รู้ว่า ต้องรู้อะไรบ้าง ในการที่จะทำเพลงแบบที่ต้องการได้


ผมได้ทำแผนผังลำดับขั้นการเรียนรู้ แบบแบ่งเป็นขั้นตอน

ของเส้นทางการเรียนรู้ เพื่อไปสู่การเป็นอาชีพ Producer โดยจะแบ่งแต่ละขั้นได้คร่าวๆดังนี้ครับ

(ปล. ตัวอักษร VCAX0X พวกนี้คือรหัสวิชาในหลักสูตร The Real Producer กำกับไว้ว่า ขั้นตอนนี้ตรงกับวิชาไหนที่เราสอน ไว้ให้ผู้สนใจดูประกอบนะครับ )

1. Song Writer – เรียนรู้ที่จะแต่งเพลงให้เป็น

เรื่องเบสิคๆ อย่างการแต่งเนื้อร้อง ทำนองเพลง การคิดเมโลดี้ คอร์ด , ทฤษฎีดนตรีเบื้องต้น (เพื่อให้ต่อยอดในระดับสูงได้), การเล่นร้องเพลง หรือเครื่องดนตรีง่ายๆ เรื่องพวกนี้คือสิ่งที่คุณควรจะทำได้ก่อน ที่จะไปสู่ขั้นทำดนตรี

2. Beat Maker – เรียนรู้ที่จะทำดนตรีง่ายๆได้

คุณจะต้องเริ่มเรียนการใช้โปรแกรมทำเพลง หรือ DAWs และพื้นฐานการเรียบเรียงดนตรีเครื่องต่างๆ อาทิ กีตาร์ กลอง เบส คีย์บอร์ด รวมไปถึง ควรมีพื้นฐานของการเล่นคีย์บอร์ดหรือเปียโน เพื่อใช้ในการทำบีทง่ายๆ หรือทำดนตรีด้วยคอมพิวเตอร์

3. Music Maker – เรียนรู้ที่จะทำ Production จบงาน

ในขั้นต้น คุณควรจบงานด้วยตัวเองเองได้ โดยการทำ โปรดักชั่นแบบ Sound Engineer ในเบื้องต้น เช่นการ Edit , Record , Mix , Master เอง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้าง Sound Engineer มาจบงานให้ ซึ่งถ้าคุณยังเรียบเรียงดนตรีไม่เป็น ไม่ควรข้ามขั้นมาเรียนขั้นนี้ก่อน จะทำให้ได้ประโยชน์ไม่เต็มที่

4. Music Composer – เรียนรู้เรื่องเสียงประสาน

เมื่อคุณจบระดับต้น มาถึงระดับกลาง ควรตั้งใจกับเรื่องการประพันธ์ และทฤษฎีดนตรีในระดับกลางถึงสูง เพื่อให้เข้าใจศาสตร์ของเสียงประสานอย่างถ่องแท้ จะสามารถทำให้เพลงของคุณซับซ้อน เหนือชั้นขึ้น และหลุดกรอบออกไปจากข้อจำกัดของการแต่งเพลงแบบพื้นฐานไปได้ และควรฝึกฝนเล่นคีย์บอร์ดในระดับกลางขึ้นให้พอเป็นถึงแนว Jazz

5. Music Arranger – เรียนรู้แนวเพลงรากฐาน

ควรเริ่มศึกษาแนวเพลงรากฐานทั้งหมดของโลกนี้ เริ่มตั้งแต่ Classic , Jazz , Rock’n’Roll , Funky… วิวัฒนาการเรื่อยมาจนเป็นดนตรียุคปัจจุบัน เพราะที่จริงแล้ว เพลงยุคปัจจุบันที่เราฟังๆกันอยู่ ล้วนมีการผสมผสานดนตรีทุกแนวที่เกิดขึ้นมาแล้วในโลกนี้ทั้งนั้น ยิ่งมี Source อยู่เยอะ ก็จะยิ่งมีอาวุธเยอะในการหยิบจับผสมรวมออกมาเป็นดนตรีที่น่าสนใจได้

6. Sound Engineer – เรียนรู้เทคโนโลยีเสียงขั้นสูง

เมื่อจบเรื่องดนตรีถึงระดับสูง คุณควรกลับมาสนใจเรื่อง Sound Engineer อีกครั้ง โดยมีหลายสิ่งที่มีจะเอื้อประโยชน์กับการทำดนตรีในยุคปัจจุบันได้เท่าทันโลก อาทิ เทคนิคการ Mix, Master ขั้นสูง , ศาสตร์การสังเคราะห์เสียง , Sound Design

7. Music Producer – เลือกสาย และพัฒนาตัวเองในสายนั้นๆ

มาถึงขั้นนี้ คุณจะเรียกตัวเองว่า Music Producer ได้แล้ว แต่ยังมีสายที่คุณต้องเลือก เช่น จะเป็น Music Producer ที่เน้นทำเพลงศิลปิน หรือพวกดนตรีประกอบต่างๆ อาทิ Film Composer , Game Composer , Commercial Music เพลงโฆษณา อาจเลือกเรียนด้านนี้ต่อ หรือคุณอาจเลือกศึกษาพัฒนาตัวเองต่อในระดับลึก ในสายที่คุณสนใจเพิ่มเติมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Sound Engineer , Classical Composition ซึ่งไม่ว่าอยากจะเป็น Expert สายไหน แนวไหนคุณก็ทำได้หมด คุณมีความรู้พื้นฐานพร้อมสำหรับต่อยอด เพื่อเป็นสุดยอดโปรดิวเซอร์แล้ว


Composer / Producer ที่ดี ที่เก่ง โดยพื้นฐานควรทำเป็นทุกแนว ทุกอย่าง แต่อาจมีสิ่งที่ตัวเอง Expert เป็นพิเศษบางอย่าง

จะเห็นได้ว่า “ดนตรี ไม่มีทางลัด” คือจริง

Easy to Learn. Hard to Master. คือจริง

ลองสำรวจตัวเองดูว่า ตอนนี้คุณอยู่ขั้นไหนของการเรียนรู้การทำดนตรี ขอให้โชคดีกับเส้นทางการทำเพลง และการพัฒนาตัวเองนะครับ

VERY CAT SOUND

Compose Your Dream

Leave a Comment

ベリーキャットサウンド ©2014 Copyright. All Rights Reserved.