สอนทำเพลง Mode

Mode คืออะไรกันแน่? ถ้าความรู้ไม่ถึงมีงง

Share via:

Krissaka Tankritwong

มีเรื่องในทฤษฎีดนตรีขั้นกลางอยู่เรื่องหนึ่งที่หลายคนต้องเคยได้ยิน แต่ยังมีความเข้าใจที่ไม่เคลียร์อยู่มาก นั่นคือเรื่อง Mode

ขนาดในคลาส Harmony ที่ผมสอนอยู่ พยายามอธิบายให้เข้าใจเคลียร์ที่สุดแล้ว แต่หลายๆครั้งพอตรวจการบ้านก็ยังเจอนักเรียนที่ไม่เข้าใจและใช้เรื่องโหมดผิดอยู่ ซึ่งก็ไม่ต้องแปลกใจไปครับ เพราะผมเองสมัยก่อนก็ใช้เวลากว่าจะเข้าใจเรื่องนี้จริงๆ มันก็น่าสับสนจริงๆน่ะแหละ

ในคลาสเองผมก็ไม่ยอมปล่อยผ่าน คือถ้าเรียนกับผมก็ต้องเอาให้เข้าใจให้ได้ ใช้งานได้จริงๆ ทีนี้จากการบ้านนักเรียนที่เห็นความเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆ เลยอยากเอาเรื่องนี้มาแชร์ให้ฟังกันครับ

เกริ่นกันก่อนว่า

Mode คืออะไร

โหมดเรียกง่ายๆว่าคือ สเกลชนิดหนึ่งน่ะแหละ ที่ไม่ใช่แบบ Major , minor ปกติ จะมีการจัดเรียงตัวโน้ตอีกแบบ ซึ่งคิดจากการเปลี่ยนศูนย์กลางของสเกลที่มีอยู่แล้ว

สมัยยุคกลาง ก่อนที่จะมีการสถาปนาเรื่อง Major Scale กับ Minor Scale ก่อนหน้านั้น สิ่งที่นักดนตรีในสมัยก่อนเล่นคือ Mode วิธีคิดของมันจริงๆแล้วเรียบง่ายมาก มันคือการเอาโน้ตในสเกล ที่ปกติมีอยู่ 7 ตัว (โด เร มี ฟา ซอล ลา ที) มาเปลี่ยน “จุดศูนย์กลางใหม่”

คำว่าจุดศูนย์กลางของเพลง หมายถึงตัว Tonic ที่เป็นตัวเริ่มต้นและจุดจบของสเกลนั้นๆ อาทิเช่น ในคีย์ C ตัว Tonic มันก็คือ C นั่นเองส่วนตัว D E F G A B พวกนี้เป็นสมาชิกอื่นๆ

ที่บอกว่า มันเปรียบเสมือนศูนย์กลางของเพลง เพราะในธรรมชาติของเมโลดี้ ไม่ว่าเราจะคิดเมโลดี้อะไรออกมา มันมักจะมีแนวโน้มที่จะถูกดึงดูดเข้าศูนย์กลางของมัน นั่นคือตัวเริ่มต้น หรือ Tonic ของมันนั่นเอง

ตัวอย่าง

ทีนี้เมื่อเป็นการเล่นในรูปแบบ Mode หรือการเปลี่ยนศูนย์กลาง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเล่น

Key C :

สมาชิกก็คือ C D E F G A B

โดยมี C เป็นศูนย์กลาง หรือ Tonic แบบนี้จะเรียกว่า Key C ถูกไหมครับ

แต่เมื่อเราลองเปลี่ยนไปเล่นเป็น Mode แบบอื่นๆ อาทิเช่น D Dorian (โดเรี่ยนโหมด)

มันจะกลายเป็น D E F G A B C

แค่นี้เองครับ ก็คือเปลี่ยนตัวตั้งต้น ดูมันก็ไม่ยากอะไรถูกไหมล่ะ

แต่ทีนี้ถ้าคุณเทียบกับ สเกล D Major Scale ซึ่งมีสมาชิกตามนี้

D E F# G A B C#

จะพบว่ามันมีสมาชิกต่างกับ D Dorian อยู่สองตัว นั่นคือ F# กับ C#

เมื่อสมาชิกต่างกัน มันก็เลยได้สำเนียงที่ต่างกันระหว่าง D Major Scale กับ D Dorian

สิ่งที่คนมักสับสนคือ

แต่ทีนี้ความที่คนส่วนใหญ่ งง มันอยู่ตรงที่

ยังงี้ D Dorian มันก็เหมือนกับ C Major Scale น่ะสิ? เพราะสมาชิกเหมือนกันเป๊ะเลย

ใช่ครับสมาชิกเหมือนกันเป๊ะเลย

แล้วเราจะคิดเป็นโหมดทำไม? ในเมื่อมันเหมือนกัน

บางคนที่เข้าใจแบบนั้น แล้วคิดว่าก็ง่ายๆนี่หว่า อยากเล่นโหมดอะไรก็เลยเลือก Key เลือก Mode เอาจากในโปรแกรม DAWs ให้มันล้อกโน้ตไว้ให้เลย (ที่จริงเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำนะครับ ทางลัดทำให้เราไม่พัฒนา) แล้วก็เล่นออกมา เป็น D Dorian

แต่ผลปรากฎว่า สำเนียงของเพลงที่ออกมา ไม่ได้ออกมาเป็น D Dorian เลยครับ แต่กลับเป็น C Major Scale มากกว่า นั่นเพราะความเข้าใจแค่ว่า มันแค่เปลี่ยนโน้ตให้ตรงก็ใช้ได้แล้ว ซึ่งจริงๆมันผิด

สิ่งสำคัญอยู่ที่ศูนย์กลาง

อย่างที่ผมได้เกริ่นไปเรื่องศูนย์กลางของสเกล หรือ Tonic คือในความคุ้นหูของคนส่วนใหญ่ เราคุ้นชินกับทำนองแบบ Major Scale กันทุกคน ทำให้เรามีแนวโน้มที่จะทำสำเนียงเพลงออกมาเป็น Major Scale มากกว่าแบบ Mode

ในการทำ D Dorian คุณต้องบังคับตัวเอง บังคับใจให้ได้ว่า D คือ Tonic ไม่ว่าคุณจะเล่นโน้ตอะไรยังไง สุดท้ายมันต้องโดนแรงดึงดูดกลับมาที่ Tonic อยู่เรื่อยๆ เหมือนตอนที่ C มันเคยเป็น ใน Major Scale เรื่องนี้แหละคือหัวใจสำคัญ

พูดง่ายๆว่า โหมดคือการเปลี่ยนจุดศูนย์กลางของโน้ตในเพลงนั่นเอง ซึ่งมันจะทำให้ได้สำเนียงที่แตกต่างออกไปแบบไม่คาดคิด ทั้งๆที่ใช้โน้ตในสเกลเหมือนสเกลเดิม

สร้างธรรมชาติใหม่ให้ตัวเอง

ถ้าคุณอยากได้ท่าใหม่ๆ สำเนียงใหม่ๆ เพื่อใช้ทำเพลงได้กว้างไกลมากยิ่งขึ้น คุณควรต้องสร้างธรรมชาติใหม่ให้ตัวเอง สร้างความคุ้นชินใหม่ให้ได้ว่า ศูนย์กลางของเพลงมันเป็นคนละตัว ไม่ได้ใช้ความคุ้นเคยเดิมๆว่า แบบนี้เพราะ เลยเลือกตัวนี้ สิ่งนั้นแหละจะนำพาไปให้คุณไปใช้สำเนียงแบบเดิมๆ นั่นคือ Major Scale

การบังคับตัวเองให้แต่งเพลงออกมาให้เป็นสำเนียงโหมดให้ได้ เป็นเรื่องยากอยู่ เพราะเรามักจะแต่งออกมาเป็นสิ่งที่เราคุ้นชิน ซึ่งคือ Major , minor scale อย่างที่ได้กล่าวไป แต่ในการฝึกฝน มันเป็นสิ่งที่คุณควรทำ เพราะการฝืนธรรมชาติ จะทำให้คุณได้ขยายขอบเขตสิ่งที่ตัวเองทำได้ และได้สกิลใหม่ๆ อีกทั้งคุณควรคิดโน้ตเอง โดยไม่ได้ใช้โปรแกรมเลือกโน้ตอัตโนมัติใน DAWs เพราะคุณควรเข้าใจทุกโน้ตอย่างลึกซึ้งว่าอะไรใช้ได้ อะไรใช้ไม่ได้ ตัวไหนให้ซาวด์แบบไหน คุณจะแตกฉานได้ในการไม่โกงตัวเอง

Mode มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

ตอนนี้คุณอาจไม่เห็นประโยชน์ของมัน แต่ผมพนันได้เลยว่า สักวันนึงเมื่อคุณเริ่มเบื่อกับการแต่งเพลงที่รู้สึกมันวนไปวนมาสำเนียงเดิมๆ แล้วคุณเริ่มสงสัยว่าทำไมเพลงต่างประเทศที่คุณฟังมันสามารถแต่งได้สำเนียงเท่ห์ๆที่แตกต่างออกไป คุณจะเข้าใจเองว่า ทำไมคุณต้องเข้าใจและใช้เรื่องโหมดเป็น

ที่ยกตัวอย่างไปเป็นแค่ส่วนหนึ่งส่วนเล็กๆ ที่จริงแล้วโหมดที่สร้างจาก Major Scale มีทั้งหมด 7 Mode และแต่ละ Mode ให้สำเนียที่แตกต่างกันออกไป เรื่องโหมดเป็นเรื่องที่สำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณอยากทำเพลงให้ได้สำเนียง หรือ Mood and Tone หลายๆแบบเพื่อตอบโจทย์การนำไปใช้ต่างๆ อาทิ ดนตรีประกอบ Theme เกม, ภาพยนตร์ , โฆษณาต่างๆ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ครับ

TheRealProducer

Mode เป็นบทเรียนในวิชา VCA302 Advance Harmony

ในหลักสูตร The Real Producer “0-100 สู่อาชีพโปรดิวเซอร์” หากใครสนใจ เรื่องนี้ เรื่องการทำเพลงทั้งกระบวนการ หรือ Harmony ในการทำเพลงตั้งแต่ขั้นต้น ไปถึงขั้นกลางและสูงต่างๆ สามารถติดต่อที่ link ด้านล่างหรือติดต่อแอดมินได้ครับ

————————————-

VERY CAT SOUND

Compose Your Dream

เราไม่ได้สอนให้คุณทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง

ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ

.

รับ demo คอร์สเรียนฟรี และข้อมูลหลักสูตรเพื่อประกอบการตัดสินใจได้ที่นี่

www.verycatsound.academy/funnel01

ติดต่อเรื่องเรียนทำเพลง @verycatacademy

ติดต่อจ้างทำเพลง Line @verycatsound

Comments (1)

Leave a Comment

ベリーキャットサウンド ©2014 Copyright. All Rights Reserved.