PRODUCER Q&A

ค้นหาตัวตนทางดนตรี จากสิ่งที่คุณอินจริง ๆ ดีกว่ามั้ย?

ค้นหาตัวตนทางดนตรี จากสิ่งที่คุณอินจริง ๆ ดีกว่ามั้ย?

ค้นหาตัวตนทางดนตรี จากสิ่งที่คุณอินจริง ๆ ดีกว่ามั้ย? หลายคนทำเพลงมักสงสัยว่า “เราควรสร้างสรรค์ผลงานจากสิ่งที่เราหลงใหลจริงๆ หรือควรปรับเปลี่ยนตามกระแสหลักของตลาดเพื่อให้ได้รับความสนใจ?” คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับ บทบาทหน้าที่ และกรอบความคิดในการค้นหาตัวตนทางดนตรีที่ของเราครับ ก่อนจะประเมินว่าควรทำดนตรีสไตล์ใด เราต้องระบุวัตถุประสงค์ของงานชิ้นนั้นให้ชัดเจนก่อน ถ้าเป็นงานรับจ้างจะต้องทำงานเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าหรือแบรนด์ การทำตามกระแส ตลาดต้องการซาวด์แบบไหน หรือผสมผสานองค์ประกอบที่ตลาดนิยมถือเป็นเรื่องปกติ หน้าที่ของโปรดิวเซอร์คือการทำให้ผ่านโจทย์และตรงตามงบประมาณกับระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งก็อาจจะตรงหรือไม่ตรงกับความชอบของเรา แต่ถ้าเป็นงานส่วนตัวมักจะต้องอาศัย DNA หรือตัวตนของตัวเองใส่เข้าไป ถ้าเราทำเพลงในสไตล์ที่ไม่เคยหลงใหล เพียงเพราะเห็นว่ากระแสนั้นกำลังมาแรง ผลงานจะขาดเสน่ห์ และยากที่จะสู้คนที่หลงใหลในแนวทางนั้นจริง ๆ ได้ บ่อยครั้งที่มีความเข้าใจผิดว่า การจะก้าวไปสู่เวทีระดับโลกจำเป็นต้องใส่เอกลักษณ์ประจำชาติหรือทำตามสูตรสำเร็จของคนที่ประสบความสำเร็จก่อนหน้า แต่ในความเป็นจริง ความสำเร็จระดับสากลเกิดได้จากหลายเส้นทางเหมือนกัน จะนำเอกลักษณ์ วัฒนธรรม หรือรสชาติท้องถิ่นมาประยุกต์ใส่ในเพลงสากล หรือ มุ่งเน้นทำดนตรีร็อก ดนตรีสากล หรือโชว์ทักษะดนตรีเฉพาะทางโดยไม่ใส่กลิ่นอายท้องถิ่นเลย ก็สามารถก้าวไปสู่ระดับโลกได้เช่นกัน...

3 คำถามก่อนสร้างเอกลักษณ์ในการทำเพลง

3 คำถามก่อนสร้างเอกลักษณ์ในการทำเพลง

3 คำถามก่อนสร้างเอกลักษณ์ในการทำเพลง (Artist Identity) การสร้างเอกลักษณ์ทางดนตรีเฉพาะตัว หรือลายมือในการทำเพลง คือเป้าหมายสูงสุดที่นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ทุกคนอยากไปให้ถึง แต่หลายคนมักเริ่มต้นอย่างสะเปะสะปะหรือพยายามเลียนแบบสิ่งที่กำลังเป็นกระแสในตลาด จนมองข้ามตัวตนที่แท้จริง บทความนี้สรุป 3 คำถามสำคัญ ที่เราต้องตอบตัวเองให้ได้เสียก่อน เพื่อตกผลึกเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างแม่นยำครับ DNA หลักในแต่ละคนเป็นเอกลักษณ์ที่ดี ลองถามตัวเองว่า “หากไม่ต้องกังวลเรื่องยอดขายหรือกระแสสังคม เพลงแบบไหนคือเพลงในอุดมคติที่เราอยากทำมากที่สุด?” สำรวจดูว่าความชอบและรสนิยมดนตรีที่สะสมมา ไม่ว่าจะเป็น City Pop, Hip-Hop, R&B, เพลงอนิเมะญี่ปุ่น หรือ K-Pop ล้วนกลายมาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่ไม่ซ้ำใคร หากคิดแต่จะนำเอาองค์ประกอบที่ตัวเองไม่ได้หลงใหลมาใช้เป็นหลักเพียงเพราะเห็นผู้อื่นทำแล้วประสบความสำเร็จ ผลงานจะขาดเสน่ห์และความจริงใจ ควรเก็บสิ่งที่ไม่ถนัดไว้เป็นเพียง “เครื่องปรุงเสริม” และใช้สิ่งที่อินเป็น “ส่วนประกอบหลัก” เสมอ ถัดมาคือ การสำรวจ ทักษะและความเชี่ยวชาญ (Skill...

ทำเพลงต้องเริ่มจากอะไรก่อน? ทำไมไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

ทำเพลงต้องเริ่มจากอะไรก่อน? ทำไมไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

ทำเพลงต้องเริ่มจากอะไรก่อน? ทำไมไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ความกังวลยอดฮิตของมือใหม่หรือคนเบื้องหลังที่กำลังเริ่มต้นทำเพลงคือ “ฉันเริ่มต้นถูกวิธีหรือเปล่า?” บางคนเล่นเครื่องดนตรีไม่เป็นแต่อยากทำบีท บางคนเริ่มต้นจากการแต่งคำร้องอย่างเดียว หรือบางคนเริ่มจากการฮัมเมโลดี้ในหัว จริง ๆ ไม่มีวิธีที่ตายตัว ทุกจุดเริ่มต้นสามารถพัฒนาไปสู่ผลงานระดับมืออาชีพได้ หากเข้าใจธรรมชาติของแต่ละแนวทางครับ  ก่อนอื่นจะขอแยกแนวทางการเริ่มต้นทำเพลงให้ดูกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะแยกได้เป็น 4 แนวทางดังนี้ครับ เริ่มจากการจับกีตาร์หรือเปียโนมาตีกรอบทางเดินคอร์ด แล้วฮัมทำนองเปล่า ๆ เพื่อหาจังหวะคำร้อง ก่อนจะนำโครงสร้างทั้งหมดไปลงโปรแกรม DAW เพื่อเขียนคำร้องและเรียบเรียงเครื่องดนตรีชิ้นอื่นต่อ วิธีนี้ก็นิยมกันมาก ข้อดีคือ มีคอร์ดและโครงสร้างเพลงที่ชัดเจนตั้งแต่แรกเลย เริ่มจากการเขียนเนื้อร้องหรือบทกลอนที่มีฉันทลักก์และวรรณยุกต์ชัดเจน จากนั้นจึงนำคำร้องเหล่านั้นมาใส่ตัวโน้ตและวางทางเดินคอร์ดตามหลัง ข้อดีก็คือ เพลงจะมีเรื่องราวและข้อความที่ทรงพลัง แต่ผู้แต่งจำเป็นต้องศึกษาเรื่องตัวโน้ตและทฤษฎีดนตรีเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้เมโลดี้ฟังดูเพี้ยนหรือขัดกับวรรณยุกต์ภาษาไทย นิยมในกลุ่มคนทำเพลง ฮิปฮอป, R&B หรือ อิเล็กทรอนิกส์ โดยเริ่มจากการกดจังหวะกลอง (Drum Pattern) บนแป้นสุ่ม...

เรียนก่อนแล้วค่อยทำ หรือทำก่อนแล้วค่อยเรียน? แบบไหนพัฒนาการทำเพลงเร็วกว่ากัน

เรียนก่อนแล้วค่อยทำ หรือทำก่อนแล้วค่อยเรียน? แบบไหนพัฒนาการทำเพลงเร็วกว่ากัน

เรียนก่อนแล้วค่อยทำ หรือทำก่อนแล้วค่อยเรียน? แบบไหนพัฒนาการทำเพลงเร็วกว่ากัน หนึ่งในคำถามคลาสสิกที่เกิดขึ้นกับคนทำเพลงบ่อย ๆ คือ เราต้องเรียนก่อนถึงทำ หรือลองทำก่อนค่อยเรียน ปัญหานี้ไม่ต่างอะไรกับคำถามที่ว่า “ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน” เพราะการเลือกไปสุดทางใดทางหนึ่งต่างก็มีกับดักและความเสี่ยงที่ต้องแลก บทความนี้จะมาเล่าให้ฟังจากประบสบการณ์จริงครับ เริ่มที่สาย ทำก่อนค่อยเรียน  หลายคนเริ่มต้นด้วยความตั้งใจว่าจะไม่ยอมเสียเงินเรียน แต่เน้นการลองผิดลองถูก (Trial & Error) หาโปรแกรมฟรี หาซอฟต์แวร์แครก หรือค้นหาวิธีทางอ้อมด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่ต้องแลกก็คือ การไม่มีพื้นฐานระบบความคิดที่ถูกต้อง การแก้ปัญหาเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ (เช่น ปัญหา Driver เสียงหน่วง, โปรแกรมเด้ง หรือการจัดระเบียบย่านความถี่) อาจใช้เวลานานเป็นสัปดาห์หรือเป็นปีโดยหาสาเหตุไม่เจอ ซึ่งต้นทุนที่แท้จริงคือ เวลาชีวิต อาจจะกลายเป็นว่าการพยายามประหยัดงบประมาณในตอนแรก มักจบลงด้วยการเสียเวลาชีวิตไปหลายปี ซึ่งเป็นต้นทุนที่แพงที่สุดและเอาคืนไม่ได้ และหลายครั้งจะพบว่า...

5 ด่านที่คนทำเพลง Music Production มักติด คุณกำลังติดอยู่ตรงไหน?

5 ด่านที่คนทำเพลง Music Production มักติด คุณกำลังติดอยู่ตรงไหน?

5 ด่านที่คนทำเพลง Music Production มักติด คุณกำลังติดอยู่ตรงไหน? คนทำเพลงไม่ว่าจะมือเก่ามือใหม่ เชื่อว่าต้องมีช่วงที่เราตันทางความคิดกันบ้าง บางคนเรียนทฤษฎีมาเยอะแต่แต่งเพลงไม่ได้ บางคนแต่งเพลงได้แต่จัดวางดนตรีไม่ลงตัว หรือบางคนทำดนตรีเสร็จแล้วแต่ซาวด์ยังดูเป็นเพียง Demo บ้าน ๆ บทความนี้จะพามาเจาะลึก 5 ด่าน ที่คนทำเพลง Music Production มักติด พร้อมแนวทางแก้ไขครับ ด่านที่ 1: รู้ทฤษฎีแน่น… แต่เอามาแต่งเพลงไม่เป็น ปัญหายอดฮิตของคนที่เริ่มต้นจากการเรียนทฤษฎีดนตรีแบบดั้งเดิม คือการโฟกัสไปที่กฎเกณฑ์ การอ่านโน้ต หรือการสอบวัดผล จนมองไม่เห็นภาพรวมว่า “สิ่งที่เรียนไป นำมาใช้แต่งเพลงจริงได้อย่างไร?” ซึ่งสาเหตุอาจจะเกิดจากขาดการนำไปประยุกต์ใช้ ทำให้ผู้เรียนเชื่อมโยงเรื่องสเกล คอร์ด และทางเดินคอร์ด เข้ากับโครงสร้างเพลงจริงไม่ถูก วิธีการแก้ไขคือ ปรับวิธีคิดใหม่ว่าทฤษฎีไม่ใช่ข้อบังคับ...

เรียนทำเพลงตั้งแต่ขั้นต้นจนเป็นมืออาชีพ ใช้เวลาเท่าไร?

เรียนทำเพลงตั้งแต่ขั้นต้นจนเป็นมืออาชีพ ใช้เวลาเท่าไร?

เรียนทำเพลงตั้งแต่ขั้นต้นจนเป็นมืออาชีพ ใช้เวลาเท่าไร? หนึ่งในคำถามยอดฮิตของคนที่อยากเข้าสู่วงการทำเพลง ไม่ว่าจะอยากทำเป็นงานอดิเรก หรืออยากยึดเป็นอาชีพ ทั้งสองอย่างต้องเรียนทำเพลงจริง ๆ เบอร์ไหน กี่วิชา และต้องใช้เวลานานเท่าไรกันแน่?” บทความนี้จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจ แยกระดับความลึก ถอดสูตรชั่วโมงเรียน และกางโครงสร้างวิชาให้เห็นภาพชัดเจนที่สุดครับ ก่อนอื่นเลย เราต้องดูตัวเองว่าเราเป็นประเภทไหนระหว่าง งานอดิเรก หรือ มืออาชีพ ซึ่งความเข้มข้นในการเรียนจะไม่เหมือนกัน ระดับงานอดิเรก ใช้เวลาเรียนทำเพลงประมาณ 50-150 ชั่วโมง ให้สามารถทำเป็นงานอดิเรกได้ เหมาะสำหรับการเรียนรู้พื้นฐานโปรแกรม (DAW) และแต่งเพลงตอบสนองความต้องการของตัวเอง จบได้ในระยะเวลาสั้น ส่วนถ้าเป็นระดับมืออาชีพ ก็จะสามารถเรียนระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยดนตรีชั้นนำ ซึ่งต้องใช้เวลาสะสมชั่วโมงเรียนกว่า 2,000 ชั่วโมงขึ้นไป (เช่นเดียวกับสายอาชีพเฉพาะทางอย่างหมอหรือโปรแกรมเมอร์) แต่ก็จะมีอีกแบบคือ อยากก้าวเข้าสู่มืออาชีพ และเลือกเรียนเฉพาะวิชาที่จำเป็น ส่วนใหญ่จะต้องเป็นสถาบันภายนอก เช่น...

ลูกอยากทำเพลง แต่ควรเรียนอะไร?

ลูกอยากทำเพลง แต่ควรเรียนอะไร?

ลูกอยากทำเพลง แต่ควรเรียนอะไร? “อยากเรียนทำเพลง” “อยากทำบีท” หรือ “อยากเป็นโปรดิวเซอร์” ผู้ปกครองหลายคนอาจสับสนกับคำศัพท์และสาขาวิชาที่หลากหลายในอุตสาหกรรมดนตรี การเลือกเรียนผิดทางไม่เพียงเสียเวลา เสียเงืน แต่ยังอาจลดทอนความตั้งใจเดิมลงได้ บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัย แยกแยะบทบาทในวงการดนตรี และวางแผนการเรียนรู้ให้ตรงเป้าหมายที่สุดครับ ประเมินระดับความจริงจัง: งานอดิเรก vs ปริญญาตรี / มืออาชีพ ก่อนตัดสินใจเลือกหลักสูตร ผู้ปกครองควรพูดคุยเพื่อประเมินเป้าหมายของเด็ก โดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับหลัก จำแนก 4 เส้นทางสายอาชีพดนตรี (เลือกเรียนให้ตรงสาย) ความสับสนส่วนใหญ่เกิดจากการไม่ทราบว่า งานเบื้องหน้าและงานเบื้องหลังดนตรีแบ่งออกเป็น 4 สายหลักอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ก็มีบางกรณีที่หลายคนชอบเข้าใจผิดด้วย เช่น ทำบีทฮิปฮอป หรือเพลงอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องเรียนทฤษฎีดนตรีก็ได้? ซึ่งถึงการทำบีทจะใช้คอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์เป็นหลัก แต่การวางโน้ต...

ปัญหาของคนทำเพลงกับการยึดติด Ref : Demo [ Producer Talk ]

ปัญหาของคนทำเพลงกับการยึดติด Ref : Demo

ปัญหาของคนทำเพลงกับการยึดติด Ref : Demo เชื่อว่าหลายคนทำเพลงต้อนเป็นหันบ้างกับ “อาการยึดติด Reference หรือ Demo” ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากฝั่งคนทำเพลงเอง หรือฝั่งลูกค้าและทีมงานฝ่ายอื่น ซึ่งมักจะทำให้แยกระหว่าง “แรงบันดาลใจ (Inspiration)” กับ “การก๊อปปี้ (Copying)” ไม่ออก จนนำไปสู่ปัญหาการรื้อแก้งานไม่รู้จบ หรือเสี่ยงต่อการละเมิดลิขสิทธิ์โดยไม่ตั้งใจ บทความนี้จะพามาวิเคราะห์ที่มาของปัญหา และแนวทางการรับมืออย่างเป็นมืออาชีพครับ สำหรับใครที่ชอบนำเพลง Reference มาวางในโปรเจกต์ ซึ่งก็อาจจะทำเพลงโดยติดไลน์ของเสียงจากเพลง Reference โดยไม่รู้ ลองดูวิธีแก้แบบนี้ครับ เมื่อกี๊ก็เป็นในมุมมองคนทำเพลง แต่ถ้าเป็นมุมมองของลูกค้า ที่อาจจะปักใจในเพลง Reference ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟังไปแล้ว ต่อให้ทำอย่างไรก็อาจจะชอบหรืออยากได้เพลงที่เหมือน Reference มาก ๆ ก็มีทางแก้ประมาณนี้ นอกจากนี้...

อยากทำเพลงเก่ง แต่เรียนผิดวิชาอยู่หรือเปล่า?

อยากทำเพลงเก่ง แต่เรียนผิดวิชาอยู่หรือเปล่า?

อยากทำเพลงเก่ง แต่เรียนผิดวิชาอยู่หรือเปล่า? ปัญหาใหญ่ของคนอยากเป็นศิลปินหรือโปรดิวเซอร์ คือการตั้งเป้าหมายไว้อย่างหนึ่ง แต่กลับเลือกเรียนผิดวิชา จนเสียเงินและเวลาไปหลายปีโดยไม่ได้ทักษะที่ต้องการจริง บทความนี้จะพามาเจาะลึกโครงสร้างการเรียนทำเพลง เพื่อให้คุณเลือกเส้นทางดนตรีได้อย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นครับ สิ่งแรกที่อยากแนะนำเลย เพราะเป็นกันหลายคน คืออยากให้ทุกคนแยกให้ออกระหว่าง “Music Design” หรือ “Sound Engineering”? หลายคนอยากทำเพลง แต่งเพลง หรือดีไซน์ซาวด์ใหม่ ๆ ขึ้นมา ทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องการเรียนทำเพลงโดยตรง หรือทาง Music Design ทั้ง Composer และ Arrange แต่หลายคนก็เลือกเรียนวิชาที่เกี่ยวกับ Sound Engineer ไม่รู้ตัว อย่าง Mix หรือ Master ซึ่งจริงมันเป็นแค่ 20% หรือก็คือจัดการเสียงให้มีคุณภาพ...

ไม่ใช่ทุกคนต้องเรียน Music Production… แต่คนกลุ่มนี้ต้องเรียน

ไม่ใช่ทุกคนต้องเรียน Music Production… แต่คนกลุ่มนี้ต้องเรียน ในยุคที่เทคโนโลยี Generative AI สามารถเนรมิตบทเพลงขึ้นมาได้ภายในไม่กี่วินาที หลายคนอาจเกิดคำถามว่า “เรายังจำเป็นต้องทุ่มเทเวลาเรียนรู้การผลิตดนตรี (Music Production) เชิงลึกอยู่อีกหรือไม่” คำตอบคือ “ยังคงจำเป็นอย่างยิ่ง” เพราะแม้ AI จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่ดีได้ แต่ทักษะของโปรดิวเซอร์ที่เป็นมนุษย์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ด้วย 5 เหตุผลหลักนี้ มาดูกันครับ การทำเพลงเป็นอาชีพไม่ใช่แค่การสร้างผลงานตามใจตนเอง แต่คือการทำงานร่วมกับลูกค้า การแก้ปัญหา และการตอบโจทย์ความต้องการที่มีรายละเอียดซับซ้อน ซึ่งการแก้ไขงานด้วย AI เป็นเรื่องยาก เช่น การแก้รายละเอียดเล็กๆ น้อย ๆ ตัวโน้ตเพียงบางคำ ปรับทางเดินคอร์ดช่วงท่อน Hook หรือเปลี่ยนเฉพาะซาวด์ของกระเดื่อง แต่การเจน AI ใหม่มักจะเปลี่ยนโครงสร้างเพลงทั้งหมดจนไม่เหลือเค้าเดิม ...

ベリーキャットサウンド ©2014 Copyright. All Rights Reserved.