Author: Nattha Raviratanan

เสียงแบบไหนเหมาะกับสินค้าและบริการของคุณ?

ทุกแบรนด์ล้วนมี “เสียง” ของตัวเอง แม้ว่าเราอาจจะไม่ได้สังเกตอย่างชัดเจน แต่ทุกครั้งที่เราได้ยินโฆษณา เพลงประกอบ หรือแม้แต่เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชัน เสียงเหล่านี้คือสิ่งที่สร้างภาพลักษณ์และบุคลิกให้กับสินค้าและบริการ พวกเราเชื่อว่าการเลือกเสียงที่เหมาะสมไม่ใช่แค่รายละเอียดเล็กๆ แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างการจดจำและความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์ในระยะยาว ทำไมเสียงจึงสำคัญกับการตลาด? เสียงสามารถกระตุ้นอารมณ์ได้รวดเร็วกว่าองค์ประกอบทางการตลาดหลายอย่าง งานวิจัยทางด้านประสาทวิทยาพบว่า สมองของเราสามารถตอบสนองต่อเสียงได้โดยไม่ต้องผ่านการคิดเชิงเหตุผลมากนัก ซึ่งหมายความว่าเพียงไม่กี่วินาที เสียงก็สามารถทำให้ผู้ฟังรู้สึกอบอุ่น สนุก ตื่นเต้น หรือผ่อนคลายได้แล้ว ตัวอย่างง่ายๆ เช่น เสียงดนตรีแจ้งเตือนของบางแอปพลิเคชันที่เมื่อได้ยินแล้วเรารู้ทันทีว่าเป็นแบรนด์อะไร เสียงที่ต่างกัน สร้างความรู้สึกที่ต่างออกไป สินค้าเพื่อความน่าเชื่อถือและความมั่นใจ แบรนด์ด้านการเงิน ประกัน หรือการแพทย์ มักเลือกใช้เสียงที่ฟังดูหนักแน่น ชัดเจน และจังหวะไม่เร่งรีบ เพื่อสร้างความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย สินค้าเพื่อความสนุกและไลฟ์สไตล์ สินค้ากลุ่มแฟชั่น เครื่องดื่ม หรือบริการออนไลน์ มักใช้เสียงที่มีจังหวะสดใส เบา และทันสมัย เพื่อเชื่อมโยงกับความเป็นตัวตนของกลุ่มเป้าหมาย...

อยากให้แบรนด์คุณ ‘พูด’ ได้? เริ่มต้นด้วยเสียงที่ใช่

ในยุคที่ทุกอย่างแข่งขันกันเพื่อช่วงชิงความสนใจของผู้คน แบรนด์ไม่ได้แข่งกันแค่ภาพลักษณ์หรือข้อความอีกต่อไป แต่แข่งกันในเรื่อง “เสียง” ด้วย เราพบว่าหลายธุรกิจยังมองข้ามพลังของเสียง ทั้งที่เสียงสามารถสร้างความรู้สึก สร้างความจำ และกระตุ้นการตัดสินใจได้อย่างมหาศาล เสียงของแบรนด์ไม่ใช่แค่เพลงประกอบโฆษณาหรือเสียงประกาศในร้าน แต่มันคือเอกลักษณ์ที่บอกตัวตนของธุรกิจ เหมือนกับโลโก้ที่เราเห็นด้วยตา เพียงแต่เปลี่ยนเป็นสิ่งที่เราฟังด้วยหู ยิ่งถ้าแบรนด์สามารถสื่อสารผ่านเสียงได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ก็เหมือนมีอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยสร้างความผูกพันกับลูกค้าโดยไม่ต้องพึ่งภาพเพียงอย่างเดียว เสียงคือภาษาที่รวดเร็วที่สุด งานวิจัยด้านประสาทวิทยาพบว่า สมองมนุษย์ใช้เวลาเพียงเศษวินาทีในการตีความเสียง และเสียงสามารถกระตุ้นอารมณ์ได้เร็วกว่าภาพหรือข้อความ นั่นหมายความว่าเสียงที่เลือกอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้ฟัง “รู้สึก” กับแบรนด์ทันที แม้ยังไม่เห็นภาพหรือข้อความใดๆ ตัวอย่างชัดเจนคือเสียงเปิดโลโก้ของ Netflix ที่มีเพียงสองจังหวะสั้นๆ แต่ทำให้เรานึกถึงความบันเทิงคุณภาพ หรือเสียงแจ้งเตือนจาก Apple ที่แม้จะเป็นเพียงโน้ตไม่กี่ตัว แต่ก็สร้างความคุ้นเคยและเชื่อมโยงกับความทันสมัยและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในบางครั้งการสื่อสารด้วยเสียงอาจเข้าถึงหัวใจของผู้ฟังได้เร็วกว่าการเล่าเรื่องยาวๆ เพราะเสียงทำหน้าที่เหมือนปุ่มลัดทางอารมณ์ เลือกเสียงให้ตรงกับตัวตนของแบรนด์ เรามักจะแนะนำให้เริ่มจากการตอบคำถามง่ายๆ ว่า แบรนด์ของเรามีบุคลิกแบบไหน เป็นมิตร...

 เทรนด์เสียงปี 2025: ธุรกิจต้อง “ใช้เสียงแบบไหน” ถึงจะอยู่รอด?

สิ่งหนึ่งที่พวกเราสังเกตเห็นชัดเจนจากการทำงานกับหลายแบรนด์ คือ “เสียง” ไม่ใช่แค่ส่วนประกอบเสริมอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่ขาดไม่ได้ เสียงของแบรนด์ไม่ว่าจะมาจากโฆษณา เพลงประกอบคอนเทนต์ พอดแคสต์ หรือแม้แต่เสียงสั้น ๆ บน TikTok ล้วนมีพลังมากพอที่จะ “เปลี่ยนความรู้สึกของผู้ฟัง” ได้ในเวลาไม่กี่วินาที แต่เทรนด์เสียงในปีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความไพเราะ” หรือ “ความไวรัล” เท่านั้น มันคือเรื่องของ ความเข้าใจคนฟัง และการทำให้เสียงสื่อสารตัวตนของแบรนด์ได้อย่างลึกซึ้งขึ้น จากประสบการณ์ของเราในการออกแบบเสียงให้กับหลายธุรกิจ ทั้งองค์กรใหญ่ แบรนด์ SME และ start-up เราขอสรุป 5 เทรนด์เสียงสำคัญในปี 2025 ที่ธุรกิจควรรู้ (และเริ่มทำ) ถ้าอยากอยู่ในใจผู้คนในปีนี้ 1. เสียงที่ “จริงใจ” มากกว่า...

 5 ไอเดียใช้ ‘เสียง’ ขยายแบรนด์ให้ดังขึ้นกว่าคู่แข่ง

เสียงคือภาษาที่มองไม่เห็น แต่เมื่อใช้ถูกจังหวะ มันสามารถกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทรงพลังที่สุดของแบรนด์ ที่ผ่านมา พวกเรามีโอกาสได้ร่วมออกแบบ “เสียงของแบรนด์” ให้กับองค์กรหลากหลายระดับ และยิ่งทำงานมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็ยิ่งเห็นชัดว่า แบรนด์ที่มีตัวตนด้านเสียงชัดเจน มักเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจคนได้นานกว่า และสื่อสารคุณค่าแบรนด์ได้ชัดเจนกว่าคำพูดหรือภาพนิ่ง ในบทความนี้ พวกเราอยากชวนทุกคนมาดูว่า “เสียง” จะช่วยขยายแบรนด์ให้โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งได้อย่างไร ผ่าน 5 แนวทางที่ใช้ได้จริง และสามารถเริ่มต้นได้ทันที 1. สร้างซาวด์โลโก้ (Sonic Logo) ให้แบรนด์มีลายเซ็นทางเสียง โลโก้ภาพช่วยให้คน “มองเห็น” แบรนด์ แต่ซาวด์โลโก้คือสิ่งที่ทำให้คน “ได้ยิน” ตัวตนของแบรนด์โดยไม่ต้องพูดชื่อ พวกเราเคยออกแบบเสียงเปิดคลิปให้แบรนด์หนึ่ง โดยใช้แค่โน้ตไม่กี่ตัวพร้อมเสียงสังเคราะห์ที่สื่อถึงความล้ำสมัย สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ลูกค้าเริ่มจำแบรนด์ได้จากเสียงนี้ แม้ยังไม่เห็นภาพหรือโลโก้เลยด้วยซ้ำ เสียงสั้น ๆ ไม่กี่วินาที สามารถกลายเป็น...

Voice Over ต่างจาก Narration ยังไง? เลือกแบบไหนให้ตรงจุด

เวลาทำวิดีโอเพื่อสื่อสารแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นงานโฆษณา เปิดตัวผลิตภัณฑ์ หรือแนะนำองค์กร หนึ่งในองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ก็คือ “เสียงบรรยาย” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นกับคำว่า Voice Over และ Narration บางทีก็ใช้แทนกันไปโดยไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้ว ทั้งสองแบบนี้ต่างกัน และส่งผลต่ออารมณ์ของวิดีโอโดยตรง พวกเราได้ร่วมทำเสียงให้กับหลายแบรนด์ ตั้งแต่โฆษณาที่ต้องการความรู้สึกเท่ หรู มีสไตล์ ไปจนถึงวิดีโอองค์กรที่ต้องการความน่าเชื่อถือและเข้าใจง่าย จึงอยากมาเล่าให้ฟังว่า Voice Over กับ Narration ต่างกันตรงไหน และเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ของคุณที่สุด Voice Over เสียงที่เพิ่มอารมณ์ ไม่ได้เล่าเรื่องทั้งหมด Voice Over คือเสียงบรรยายที่ไม่ได้อธิบายทุกอย่าง แต่มักใช้สื่อสาร “ความรู้สึก” หรือ “ภาพจำ” ที่เราต้องการให้คนรู้สึกตาม...

เบื้องหลังการทำเพลงองค์กรแบบมืออาชีพให้บริษัทชั้นนำ

ถ้าเราพูดถึง “เพลงองค์กร” หลายคนอาจนึกถึงเพลงที่เปิดตอนเช้า หรือเพลงที่พนักงานร้องในวันประชุมใหญ่ แต่จริง ๆ แล้ว เพลงองค์กรที่ดีสามารถทำอะไรได้มากกว่านั้นมากครับ พวกเราเคยมีโอกาสทำเพลงให้กับทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชน ไปจนถึงบริษัทระดับประเทศ และสิ่งที่ค้นพบคือ… เพลงองค์กรไม่ใช่แค่เพลง แต่เป็นเครื่องมือวัฒนธรรมองค์กร ที่ทรงพลังมากกว่าที่หลายคนคิด วันนี้เลยอยากมาเล่าให้ฟังว่า เบื้องหลังของการทำเพลงองค์กรแบบมืออาชีพ เขาทำอะไรกันบ้าง? และทำไมแบรนด์ใหญ่ ๆ ถึงลงทุนกับ “เสียง” ที่ฟังแล้วอาจยาวไม่เกิน 3 นาทีนี้อย่างจริงจัง 1. เริ่มต้นจาก “ใจกลางขององค์กร” การทำเพลงองค์กรไม่ได้เริ่มจากดนตรีครับ แต่มันเริ่มจากคำถามที่ว่า… “หัวใจขององค์กรเราคืออะไร?” เรามักใช้เวลาสัมภาษณ์ทีมผู้บริหาร หัวหน้าทีม และพนักงานในระดับต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจแก่นของวัฒนธรรมองค์กรนั้นจริง ๆ บางที่เน้นความอบอุ่น บางที่เน้นความกล้าลุย บางที่คือการรวมพลังคนหลาย...

ตัวอย่างเพลงโฆษณาที่ลูกค้าฟังแล้ว…อยากซื้อทันที

เวลาที่เราเลื่อนฟีดบนมือถือ แล้วจู่ ๆ ก็มีเสียงเพลงฮุกติดหูดังขึ้นมาพร้อมกับภาพสินค้าหรือแบรนด์ เชื่อไหมว่าแค่ไม่กี่วินาที…ความรู้สึกอยากซื้อก็แอบเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว และนั่นแหละครับ คือ “พลังของเพลงโฆษณาที่ดี” มันไม่ใช่แค่การตกแต่งวิดีโอ แต่คือเครื่องมือจิตวิทยา ที่ชวนให้คนรู้สึกว่า “อยากมีสิ่งนี้ไว้ในชีวิต” ทันทีที่ได้ยิน จากประสบการณ์ที่พวกเราได้ร่วมงานกับหลากหลายแบรนด์ เราสังเกตเห็นว่า “เพลงที่ทำให้คนอยากซื้อ” มักมีโครงสร้าง และองค์ประกอบบางอย่างที่คล้ายกันอย่างน่าสนใจ วันนี้เลยอยากยกตัวอย่างให้เห็นภาพ และวิเคราะห์ให้ดูว่าอะไรที่ทำให้เพลงเหล่านี้ “ขายของเก่ง” แบบไม่ต้องพูดเยอะ ตัวอย่าง 1 “อร่อยซ่าทุกคำ” – เครื่องดื่มแบรนด์ดัง เพลงเร็ว สดใส มีเสียงซ่าของโซดาเป็นจังหวะพื้นหลัง ฮุกร้องว่า “อร่อยซ่าทุกคำ ซู่ซ่าทุกมื้อ” ทำไมถึงอยากซื้อทันที? เพราะท่อนฮุกสั้น จำง่าย และใช้คำที่กระตุ้นประสาทสัมผัส (“อร่อย”, “ซ่า”) ได้ดี...

Employee Branding เริ่มต้นได้จาก ‘เสียง’ ที่พนักงานทุกคนภูมิใจ

เวลาเราพูดถึง Employee Branding หรือภาพลักษณ์ขององค์กรในสายตาคนภายใน หลายคนอาจนึกถึงกิจกรรมสานสัมพันธ์ หรือป้ายข้อความสวย ๆ ในออฟฟิศว่า “เราอยู่กันแบบครอบครัว” หรือ “ทีมเราอบอุ่นเหมือนบ้าน” แต่เอาจริง ๆ แล้ว พวกเราค้นพบว่า… บางครั้งแค่ “เสียงเล็ก ๆ” ก็สามารถสื่อสิ่งเหล่านั้นได้ดีกว่าคำพูดนับพัน เสียงที่พนักงานได้ยินซ้ำ คือวัฒนธรรมที่ซึมเข้าใจ เคยไหมครับ? เวลาที่เพลงประจำองค์กรดังขึ้นในงานใหญ่ พนักงานลุกขึ้นปรบมือ พร้อมร้องคลอตามท่อนฮุกที่คุ้นเคย บางคนยิ้ม บางคนตาเป็นประกาย เพราะเสียงนั้นคือความทรงจำ มันพาเรากลับไปวันแรกที่เราเข้าทำงาน พาเรานึกถึงโมเมนต์ที่เคยทุ่มเท เคยหัวเราะ หรือเคยภูมิใจกับทีมนี้ ถ้าเสียงหนึ่งเสียงทำให้เรารู้สึกแบบนั้นได้ แปลว่ามันไม่ใช่แค่เสียง… แต่มันคือ “วัฒนธรรม” ที่เราร่วมกันสร้างขึ้นมา และมันไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงระดับมหากาพย์ครับ แค่ เสียงเปิดคลิปบริษัท,...

 เพลงโฆษณาดี = ยอดขายพุ่งจริงหรือ?

 เพลงโฆษณาดี = ยอดขายพุ่ง จริงไหม? ทุกวันนี้คนเลื่อนฟีดกันวันละเป็นร้อยโพสต์ แบรนด์พูดแข่งกันในทุกแพลตฟอร์ม และเราทุกคนก็กลายเป็น “ผู้เสพคอนเทนต์มืออาชีพ” แบบไม่รู้ตัว แต่ในความวุ่นวายของข้อมูล พวกเราสังเกตเห็นบางอย่างที่ชัดเจนมาก นั่นคือ… “เสียง” เป็นสิ่งที่ทะลุความเงียบของฟีดข่าวได้ดีที่สุด และบางครั้ง มันพาแบรนด์จากที่ไม่มีใครสนใจ… ให้กลายเป็นที่พูดถึง ยอดขายพุ่ง โดยไม่ต้องเห็นโลโก้แม้แต่นิดเดียว เรากำลังพูดถึง “เพลงโฆษณา” ครับ ซึ่งไม่ใช่แค่ดนตรีประกอบเท่ ๆ แต่เป็น เครื่องมือทางกลยุทธ์ ที่แบรนด์ใหญ่ทั่วโลกใช้กันมาโดยตลอด จากประสบการณ์ของพวกเรา ที่ได้มีโอกาสร่วมทำงานกับแบรนด์หลากหลายระดับ ตั้งแต่สตาร์ทอัปเล็ก ๆ ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ เราได้เห็นกับตาว่า “เพลงโฆษณา” ไม่ใช่แค่ของประดับแคมเปญ แต่สามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ สร้างยอดขาย และทำให้แบรนด์กลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้างได้จริง เพราะแบบนี้ พวกเราเลยอยากรวบรวม...

ทำไมเสียงแบรนด์ถึงสำคัญพอๆ กับโลโก้?

เวลาพูดถึงคำว่า “แบรนด์” ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงมักเป็นโลโก้ สีประจำแบรนด์ หรือฟอนต์ สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ที่ใช้สร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ดูชัดเจนและน่าจดจำ แต่มีอีกหนึ่งองค์ประกอบที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่แบรนด์ระดับโลกให้ความสำคัญมากขึ้นทุกปี นั่นก็คือ “เสียงของแบรนด์” พวกเราเชื่อว่า ถ้าแบรนด์คือบุคลิกของคนคนหนึ่ง เสียงก็คือน้ำเสียงที่ใช้เวลาพูดกับคนฟัง และน้ำเสียงที่สอดคล้องกับตัวตนแบรนด์ จะสร้างความรู้สึกได้ทันทีที่ได้ยิน แบบที่คำพูดหรือภาพอาจต้องใช้เวลามากกว่านั้น ในยุคที่คนดูวิดีโอแบบไม่เปิดเสียง และฟังพอดแคสต์กันมากกว่าดูโฆษณา เสียงกลายเป็น “ภาษาลับ” ที่ทรงพลังมาก แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธีถึงจะเห็นผลลัพธ์จริง จากประสบการณ์ทำงานของพวกเราที่ได้ร่วมออกแบบเสียงให้กับหลากหลายองค์กร เราอยากชวนคุณกลับมาคิดใหม่ว่า “เสียง” ไม่ใช่ของตกแต่งในคลิป แต่มันคืออัตลักษณ์ที่เสริมพลังให้กับแบรนด์อย่างแท้จริง ลองดูเหตุผลเหล่านี้ที่ช่วยอธิบายว่า ทำไมเสียงจึงสำคัญไม่แพ้โลโก้เลย 1. เสียงทำให้คนจำแบรนด์ได้เร็วและแม่นยำ เสียงคือหนึ่งในรูปแบบการสื่อสารที่สมองมนุษย์ตอบสนองเร็วที่สุด การได้ยินเสียงเพียงไม่กี่วินาที เช่น เสียง “ตึ๊ง” จากแอปที่เราใช้ประจำ หรือท่อนเพลงจากโฆษณาที่ได้ยินซ้ำ ๆ สามารถทำให้เรานึกถึงแบรนด์นั้นได้ทันที...

ベリーキャットサウンド ©2014 Copyright. All Rights Reserved.