VCA102 : Modern Song Writer

Modern Song Writer : ถอดรหัสสร้างเพลงฮิตยุคใหม่

ชื่อวิชา : Modern Song Writer ( ถอดรหัสสร้างเพลงฮิตยุคใหม่ )

รหัสวิชา : VCA102

“ถอดรหัสสูตร และสร้างเพลงฮิตยุคใหม่แบบเป็นระบบ”

คุณเคยรู้สึกติดขัดไหม?

รู้คอร์ด, รู้สเกล, มีทฤษฎีอยู่บ้าง แต่พอจะ “แต่งเพลง” จริงๆ กลับไปไม่เป็น… แต่งเพลงจบ แต่ทำไมเพลงยังไม่ “ปัง”? ทำไมเมโลดี้ที่คิดได้ถึงฟังดูธรรมดา? ทำไมวางคำร้องภาษาไทยแล้วฟังดู “ขัดหู”? ทำไมเพลงฮิตอย่าง K-Pop, J-Pop ถึงมี “สำเนียง” ที่แตกต่าง และเราจะสร้างมันขึ้นมาได้อย่างไร?

VCA102: Modern Songwriter คือคอร์สที่จะมา “ต่อจุด” และ “อุดรูรั่ว” ทั้งหมดนี้ คอร์สนี้ไม่ได้มาสอนทฤษฎีใหม่จากศูนย์ แต่จะมา “สร้างระบบวิธีคิด” (Systematic Approach) ที่เชื่อมโยงความรู้ที่คุณมี ให้กลายเป็นเพลงที่สมบูรณ์และมีชั้นเชิง

VCA102 ไม่ใช่คอร์สสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจับเครื่องดนตรี แต่คือคอร์สสำหรับ “ศิลปิน” ที่อยากแต่งเพลงของตัวเอง, “โปรดิวเซอร์” ที่อยากอัปเกรดสกิล Songwriting, หรือ “นักดนตรี” ที่รู้ทฤษฎีแต่ยัง “ต่อจุด” ไม่ติด

นี่คือหลักสูตรที่จะเปลี่ยนการแต่งเพลงของคุณ จาก “การเดาสุ่ม” ให้เป็น “ระบบ” ที่สร้างผลงานฮิตได้จริง อย่างลึกซึ้งและตรงประเด็นที่สุด

เป้าหมายคอร์ส: “สร้าง” รากฐานและกลไก (Pillar 1) ที่จำเป็นต่อการแต่งเพลง, “ถอดรหัส” กลไกเพลงป๊อปสมัยใหม่ (Pillar 2), และ “ปูทาง” สู่เทคนิค Harmony ขั้นสูง (Pillar 3)

  – ถ้าคุณเคยพยายามแต่งเพลงมาแล้ว แต่ยังติดปัญหา ทำไม่ได้ซะที หรือทำได้ไม่ดีซักที เหมือนติดอะไรบางอย่างที่ไม่เข้าใจ

  – นี่คือคอร์สที่จะปลดล็อคความลับที่ทำให้คุณกลายเป็นนักแต่งเพลงได้ทั้งเนื้อร้องและทำนอง
  – คอร์สสอนการแต่งเพลงสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานดนตรีมาบ้างอยู่แล้ว แต่เจาะลึกและเข้มข้นขึ้นเพื่อให้นำไปพัฒนาการแต่งเพลงของตัวเองได้
  – เน้นการสอนในเรื่องการประยุกต์ความรู้พื้นฐานต่างๆ หรือทฤษฎีดนตรี มาใช้ในการแต่งเพลงจริงๆ 
  – เป็นคอร์สต่อจาก VCA101 เพื่อช่วยเสริมพื้นฐานเพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับผู้ที่อยากไปเรียนในคอร์ส Level ถัดไป
  – สอนโดยใช้โปรแกรม Logic Pro แต่ความรู้สามารถประยุกต์ได้ ผู้เรียนใช้โปรแกรมใดก็ได้ที่ตนถนัด

คอร์สนี้เหมาะกับ

   – ผู้เริ่มต้น ที่เรียนคอร์ส VCA101 แล้ว แต่ยังต้องการเสริมพื้นฐานในส่วนที่ขาด
   – ผู้ที่มีพื้นฐานของดนตรี หรือการแต่งเพลงมาบ้างอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถแต่งเพลงได้ หรือยังไม่ได้ดี
   – ผู้ที่แต่งเพลงได้ แต่ติดปัญหาที่ไม่เข้าใจหลายอย่าง หาทางไปต่อไม่ได้
   – ผู้ที่เคยเรียนทฤษฎีดนตรีมาแล้ว แต่ไม่เข้าใจการนำไปประยุกต์ใช้กับการแต่งเพลงจริงๆ

คุณสมบัติผู้เรียน

   – ควรมีอุปกรณ์ทำเพลง อาทิ Mac , Pc , Program หรือสามารถหามาใช้งานได้ (ปรึกษาผู้สอนเพิ่มเติม)
   – ผ่านคอร์ส VCA101 : Basic Music Composing แล้ว หรือได้รับการพิจารณาจากโปรดิวเซอร์ผู้สอนแล้ว
   – หากผู้เรียนยังมีพื้นฐานน้อย หรือไม่มีเลย มีคอร์สปรับพื้นฐานให้รีบเรียนก่อนจะเริ่มคอร์สตัวจริง (ยิ่งสมัครเร็วยิ่งมีโอกาสปรับพื้นฐานมากกว่า)

เลือกแผนการเรียนที่ยืดหยุ่นที่สุด: 

* Plan A: Onsite Masterclass (รับจำกัด 8 ที่นั่ง!)
Onsite Workshop 4 วันเต็ม (10.00-17.00) ส. อา. ที่ 13-14 และ 20-21 ธันวาคม 2025 [*ต้องสำรองที่นั่ง]
+ Live Zoom 8 ครั้ง + VDO ตลอดชีพ *
**ราคา ฿13,900** (จาก ฿15,900) 

* Plan B: Live Zoom (คุ้มที่สุด!)
เรียนสด Live Zoom 8 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2025 (วันเรีึยนรอมติตกลงกันในกลุ่มนักเรียน)
+ VDO ตลอดชีพ *
**ราคา ฿9,900** (จาก ฿11,900) 

Plan C: Online VDO
Online VDO ผ่านทาง Website สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเรียนแบบสด
เรียนย้อนหลัง VDO ตลอดชีพ
**ราคา ฿7,900** (จาก ฿9,900) 

 

**พิเศษ! ทุกแพ็กเกจ แถมฟรี! คอร์สปรับพื้นฐาน VCA100 (มูลค่า 3,900.-)*

[ผู้เรียน Plan A สามารถเข้าได้ทั้งสามรอบเพื่อทบทวน ส่วน ผู้เรียน Plan B สามารถเข้ารอบ VDO ได้]

สถานที่เรียน : VERYCATSOUND : Music Production

Google Map : https://maps.app.goo.gl/vKMP3s6tX9XHjpr28

 

Course Outline

รายละเอียดเนื้อหาคอร์ส

1. Structure & Form

โครงสร้างเพลงและการออกแบบฟอร์ม

Session แรกจะวางพื้นฐานเรื่อง “ภาพใหญ่ของเพลง” ว่าเพลงหนึ่งเพลงไม่ได้ประกอบจากท่อนต่าง ๆ แบบสุ่ม แต่มีการออกแบบ flow, energy, tension และ release อย่างเป็นระบบ

หัวข้อหลัก

  • Intro, Verse, Pre-Chorus, Chorus, Post-Chorus, Bridge, Outro
  • Hook placement: hook อยู่ตรงไหนของเพลงได้บ้าง
  • Energy map ของเพลง Pop สมัยใหม่
  • การวางท่อนเพื่อให้เพลงเดินหน้า ไม่วนอยู่กับที่
  • Form แบบ T-Pop / Inter Pop / K-Pop / J-Pop ต่างกันอย่างไร
  • ปัญหาฟอร์มเพลงที่พบบ่อยในเพลงมือใหม่

Assignment

  • วิเคราะห์ structure ของเพลงอ้างอิง 2–3 เพลง
  • ออกแบบ form เพลงของตัวเอง 1 เพลง

2. Basic Composition Revise

ทบทวนและอัปเกรดพื้นฐานการแต่งเพลง

Session นี้เป็นการ revise แกนสำคัญจาก VCA101 แต่ไม่ใช่การเรียนซ้ำแบบพื้นฐานทั้งหมด เป้าหมายคือเช็กว่าองค์ประกอบพื้นฐานที่ผู้เรียนมีอยู่ ใช้งานได้จริงพอจะต่อยอดหรือยัง

หัวข้อหลัก

  • Motif, phrase, repetition, variation
  • Question & answer phrase
  • Tension & resolution เบื้องต้น
  • การเช็กว่าเมโลดี้มีประโยคจริงหรือไม่
  • การเช็กว่าเพลงมี direction หรือแค่เอาโน้ตมาต่อกัน
  • วิธีแก้เพลงที่แต่งค้างไว้แล้วไปต่อไม่ได้
  • Common mistakes ของคนที่แต่งเพลงมาสักพักแต่เพลงยังไม่แข็งแรง

Assignment

  • นำไอเดียเพลงเก่าของตัวเองมา revise
  • แก้ phrase / motif / ทิศทางเพลงให้ชัดขึ้น

3. Melody & Rhythm

เมโลดี้ ริธึม และการสร้าง Hook

Session นี้โฟกัสที่หัวใจของ songwriting คือ “เมโลดี้” โดยเฉพาะการทำให้เมโลดี้จำง่าย มีคาแรกเตอร์ และมีจังหวะที่ทำให้เพลงติดหู

หัวข้อหลัก

  • Melodic contour: เมโลดี้ควรขึ้นลงอย่างไร
  • Range และจุดพีคของเมโลดี้
  • Repetition vs variation
  • Rhythmic hook และจังหวะของวลี
  • Syncopation ในเพลง Pop
  • การทำให้เมโลดี้ร้องง่ายแต่ไม่จืด
  • ความสัมพันธ์ระหว่างเมโลดี้กับคำร้อง
  • Verse melody vs Chorus melody

Assignment

  • แต่ง hook 3 แบบจาก chord progression เดียวกัน
  • ทดลองเปลี่ยน rhythm ของเมโลดี้เพื่อเปลี่ยนอารมณ์เพลง

4. Chord

คอร์ดในเพลง Pop สมัยใหม่

Session นี้สอนการใช้คอร์ดในฐานะ “เครื่องมือเล่าอารมณ์” ไม่ใช่แค่การจำ progression โดยเน้นคอร์ดที่ใช้ได้จริงในเพลง Pop, R&B, J-Pop, K-Pop และเพลงตลาดสมัยใหม่

หัวข้อหลัก

  • Functional harmony แบบใช้งานจริง
  • Common pop progression
  • Loop-based harmony
  • Cadence และความรู้สึกของการจบประโยค
  • Chord color: maj7, m7, sus, add9, slash chord
  • การเลือกคอร์ดให้เข้ากับ mood เพลง
  • คอร์ดที่ทำให้เพลงดู modern ขึ้น
  • ปัญหาคอร์ดสวยแต่เพลงไม่เดิน

Assignment

  • เขียน chord progression 4 แบบจากอารมณ์ที่ต่างกัน
  • เลือก progression หนึ่งชุดไปต่อยอดเป็นท่อนเพลง

5. Note Relationship

ความสัมพันธ์ระหว่างโน้ต เมโลดี้ และคอร์ด

Session นี้เป็นจุดสำคัญของคอร์ส เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้เรียนเริ่มเข้าใจว่า “ทำไมโน้ตนี้ถึงเวิร์กกับคอร์ดนี้” และ “ทำไมบางเมโลดี้ถึงฟังดูใช่หรือไม่ใช่”

หัวข้อหลัก

  • Chord tones และ non-chord tones
  • Scale degree กับความรู้สึกของโน้ตแต่ละตัว
  • Tendency tone และแรงดึงดูดของโน้ต
  • Target note ในเมโลดี้
  • Passing tone, neighbor tone, suspension
  • การวางโน้ตสำคัญบนจังหวะสำคัญ
  • ทำไมเมโลดี้บางอันชนคอร์ดแล้วเพราะ
  • ทำไมบางอันชนแล้วพัง

Assignment

  • วิเคราะห์เมโลดี้หนึ่งท่อนว่าแต่ละโน้ตสัมพันธ์กับคอร์ดอย่างไร
  • เขียนเมโลดี้ใหม่โดยกำหนด target note ล่วงหน้า

6. Non-Diatonic Techniques

เทคนิคคอร์ดและโน้ตนอกคีย์

Session นี้สอนการออกนอกคีย์อย่างมีเหตุผล เพื่อเพิ่มสีสัน ความลึก และความ modern ให้เพลง โดยไม่ทำให้เพลงฟังหลุดหรือซับซ้อนเกินจำเป็น

หัวข้อหลัก

  • Borrowed chord
  • Secondary dominant
  • Modal interchange เบื้องต้น
  • Chromatic passing chord
  • Non-diatonic bass movement
  • Pivot chord และการเปลี่ยนคีย์แบบง่าย
  • การใช้คอร์ดนอกคีย์ในเพลง Pop
  • วิธีทำให้เทคนิคซับซ้อนฟังเป็นธรรมชาติ

Assignment

  • นำ progression diatonic ธรรมดามาเพิ่ม non-diatonic technique
  • วิเคราะห์เพลงจริงที่ใช้คอร์ดนอกคีย์อย่างมีรสนิยม

7. T-Pop Analysis

วิเคราะห์การแต่งเพลงแบบ T-Pop

Session นี้พาผู้เรียนวิเคราะห์เพลงไทยร่วมสมัย เพื่อดูว่า T-Pop มีวิธีสร้างอารมณ์ เมโลดี้ โครงสร้าง และการเล่าเรื่องอย่างไร

หัวข้อหลัก

  • โครงสร้างเพลง T-Pop ยุคปัจจุบัน
  • เมโลดี้แบบภาษาไทย: วรรณยุกต์ จังหวะคำ และการร้อง
  • คอร์ดที่พบบ่อยใน T-Pop
  • Emotional arc ในเพลงไทย
  • ความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อร้องกับเมโลดี้
  • เพลงช้า เพลงกลาง เพลงเต้น ในมุม songwriting
  • จุดแข็งและข้อจำกัดของ T-Pop

Assignment

  • วิเคราะห์เพลง T-Pop 1 เพลงแบบเต็มโครงสร้าง
  • ดึง songwriting technique 1 อย่างไปทดลองใช้กับเพลงของตัวเอง

8. Inter Pop Analysis

วิเคราะห์เพลง Pop สากล

Session นี้เน้นการอ่านภาษาของเพลง Pop ระดับ international ทั้งในแง่ความกระชับ hook economy, topline, groove และ production-aware songwriting

หัวข้อหลัก

  • Western Pop structure
  • Topline writing
  • Hook economy: ใช้น้อยแต่จำได้
  • Verse ที่เล่าเรื่อง vs Chorus ที่สรุปอารมณ์
  • Loop, groove และ minimal harmony
  • การใช้ repetition อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความแตกต่างระหว่างเพลงที่ดีในเชิง writing กับเพลงที่ดีในเชิง production

Assignment

  • วิเคราะห์ Inter Pop 1 เพลง
  • เขียน topline สั้น ๆ บน loop เดิม 2 เวอร์ชัน

9. K-Pop Analysis

วิเคราะห์การแต่งเพลงแบบ K-Pop

Session นี้เน้นความซับซ้อนของ K-Pop ในฐานะเพลง Pop ที่รวม songwriting, arrangement, section design และ performance เข้าด้วยกันอย่างเข้มข้น

หัวข้อหลัก

  • Section design ใน K-Pop
  • Pre-chorus และ build-up แบบ K-Pop
  • Chorus, drop, post-chorus, dance break
  • Contrast ระหว่างท่อนต่าง ๆ
  • การเปลี่ยน texture / rhythm / key center
  • Hook หลายชั้นในเพลงเดียว
  • Group arrangement กับ songwriting
  • ทำไม K-Pop ถึงเปลี่ยนเยอะ แต่ยังฟังเป็นเพลงเดียวกัน

Assignment

  • วิเคราะห์ K-Pop 1 เพลงโดยแยก section และ energy map
  • ออกแบบเพลงที่มี contrast ระหว่าง verse / pre / chorus ชัดเจน

10. J-Pop Analysis

วิเคราะห์การแต่งเพลงแบบ J-Pop

Session สุดท้ายพาผู้เรียนเข้าใจภาษาของ J-Pop ซึ่งมักมีความละเอียดทาง melody, harmony, modulation และ emotional movement สูงกว่า Pop หลายสาย

หัวข้อหลัก

  • Melodic density ใน J-Pop
  • Chord movement แบบญี่ปุ่น
  • Secondary dominant, borrowed chord, modulation
  • Verse ที่มีรายละเอียดสูง
  • Chorus ที่พุ่งและมี emotional lift
  • Rhythm ของเมโลดี้แบบ J-Pop
  • อิทธิพลจาก anime song, city pop, Shibuya-kei, rock, jazz-pop
  • สิ่งที่คนแต่งเพลงควรเรียนรู้จาก J-Pop

Assignment

  • วิเคราะห์ J-Pop 1 เพลงในเชิง melody + chord
  • สรุป technique ที่อยากนำไปใช้กับเพลงตัวเอง
  • Final Project: เขียน demo song sketch 1 เพลง โดยใช้สิ่งที่เรียนจากทั้งคอร์ส

Final Project

ผู้เรียนจะต้องสร้าง Modern Pop Song Sketch ความยาวประมาณ 1–2 นาที ประกอบด้วย

  • โครงสร้างเพลงที่ชัดเจน
  • Chord progression ที่เลือกอย่างมีเหตุผล
  • Melody / Hook ที่มี direction
  • ความสัมพันธ์ระหว่างเมโลดี้กับคอร์ด
  • อย่างน้อย 1 เทคนิค non-diatonic
  • Reference analysis จากเพลงจริง 1 เพลง

เป้าหมายของ Final Project ไม่ใช่การทำเพลงให้โปรดักชันสมบูรณ์ แต่คือการพิสูจน์ว่าเพลงมี “กระดูกสันหลังทางการแต่งเพลง” ที่แข็งแรงพอจะนำไป arrange และ produce ต่อได้


 

 

Contact

 

 ติดต่อสอบถาม

เราไม่อยากให้คุณตัดสินใจพลาด เสียเวลาและทรัพย์โดยไม่จำเป็น
ก่อนตัดสินใจลงเรียน กรุณานัดวันสอบถามพูดคุยเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวหลักสูตร โปรดิวเซอร์พร้อมให้คำปรึกษาและคำอธิบายอย่างละเอียด
พร้อมคำแนะนำ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นคอร์สที่สร้างคุณค่าตรงกับความต้องการและจุดประสงค์ผู้เรียนอย่างแท้จริง

ติดต่อ ที่เบอร์โทร 0856662425
หรือ ID LINE : @VERYCATACADEMY

สมัครเรียนเลย! Click ที่นี่

 

ベリーキャットサウンド ©2014 Copyright. All Rights Reserved.