March 9, 2026

คุณทำเพลงด้วยพลังบวก หรือ ลบ?

คุณทำเพลงด้วยพลังบวกหรือพลังลบ ? เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมบางเพลงถึงดิ่งลึกจนเราน้ำตาซึม หรือบางเพลงกลับเติมพลังใจให้เราอยากลุกขึ้นมาสู้ต่อ ทั้งหมดอาจไม่ได้เริ่มจากดนตรีหรือคำร้อง แต่เริ่มจาก “พลังงาน” ของคนทำเพลงที่เอามาใช้สร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งแบ่งได้เป็นพลังบวกและพลังลบ วันนี้อยากชวนมาสำรวจตัวเองดูว่าเราใช้พลังบวกหรือลบในการทำเพลง พลังลบคือการเอาความผิดหวัง เจ็บปวด หรือความรู้สึกด้านลบกับชีวิต มาระบายออกผ่านงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน งานวาด หรือโดยเฉพาะงานเพลง การหยิบเอา “พลังลบ” มาเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องผิด แถมบ่อยครั้งมันยังสร้างผลลัพธ์จนได้การตอบรับที่ดีด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ บีโธเฟน (Beethoven) เพลงซิมโฟนีหลายบทของเขาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ความเศร้า และการระเบิดอารมณ์ที่รุนแรง พลังลบเหล่านั้นถูกนำมาใช้ในการสร้างสรรค์เพลงจนกลายเป็นผลงานระดับ Masterpiece ที่สะกดคนฟังได้ทั่วโลก ในทางกลับกัน เราไม่จำเป็นต้องรอให้เศร้าถึงจะสร้างงานได้ การใช้ “พลังบวก” คือการหยิบเอาความรู้สึกสบายใจ บรรยากาศที่ดี หรือความต้องการที่จะส่งต่อกำลังใจและความรักที่สวยงามมาเป็นตัวตั้งต้น ตัวอย่างศิลปินไทยที่เป็นไอคอนของการใช้พลังบวก คือ...

เสียงแบบไหนเหมาะกับสินค้าและบริการของคุณ?

ทุกแบรนด์ล้วนมี “เสียง” ของตัวเอง แม้ว่าเราอาจจะไม่ได้สังเกตอย่างชัดเจน แต่ทุกครั้งที่เราได้ยินโฆษณา เพลงประกอบ หรือแม้แต่เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชัน เสียงเหล่านี้คือสิ่งที่สร้างภาพลักษณ์และบุคลิกให้กับสินค้าและบริการ พวกเราเชื่อว่าการเลือกเสียงที่เหมาะสมไม่ใช่แค่รายละเอียดเล็กๆ แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างการจดจำและความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์ในระยะยาว ทำไมเสียงจึงสำคัญกับการตลาด เสียงสามารถกระตุ้นอารมณ์ได้รวดเร็วกว่าองค์ประกอบทางการตลาดหลายอย่าง งานวิจัยทางด้านประสาทวิทยาพบว่า สมองของเราสามารถตอบสนองต่อเสียงได้โดยไม่ต้องผ่านการคิดเชิงเหตุผลมากนัก ซึ่งหมายความว่าเพียงไม่กี่วินาที เสียงก็สามารถทำให้ผู้ฟังรู้สึกอบอุ่น สนุก ตื่นเต้น หรือผ่อนคลายได้แล้ว ตัวอย่างง่ายๆ เช่น เสียงดนตรีแจ้งเตือนของบางแอปพลิเคชันที่เมื่อได้ยินแล้วเรารู้ทันทีว่าเป็นแบรนด์อะไร เสียงที่ต่างกัน สร้างความรู้สึกที่ต่างออกไป สินค้าเพื่อความน่าเชื่อถือและความมั่นใจ แบรนด์ด้านการเงิน ประกัน หรือการแพทย์ มักเลือกใช้เสียงที่ฟังดูหนักแน่น ชัดเจน และจังหวะไม่เร่งรีบ เพื่อสร้างความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย สินค้าเพื่อความสนุกและไลฟ์สไตล์ สินค้ากลุ่มแฟชั่น เครื่องดื่ม หรือบริการออนไลน์ มักใช้เสียงที่มีจังหวะสดใส เบา และทันสมัย เพื่อเชื่อมโยงกับความเป็นตัวตนของกลุ่มเป้าหมาย...

เบื่อเพลงตัวเอง? ลองออกนอก safe zone ดู

เบื่อเพลงตัวเอง ? ลองออกนอก safe zone ดู เคยเบื่อลายมือตัวเองไหม ใช้ท่าเดิม ๆ เริ่มด้วยคอร์ดเดิม ๆ ตอนแรก ก็ยังสนุก ทำได้เรื่อย ๆ แต่ลองคิดว่าถ้าได้ทำเป็นสิบเป็นร้อยเพลงขึ้นมาด้วยลูกเล่นเดิม ๆ หลายคนก็อาจจะมีอาการเบื่อเพลงตัวเองขึ้นมาได้ ทางแก้เลยคือเราต้องลองออกนอก safe zone ดู ซึ่งการออกนอก safe zone นั้นทำยังไงได้บ้าง มาดูกัน ปัญหาการติดลูปใช้ลูกเล่นท่าเดิม ๆ เป็นเรื่องปกติที่หลายคนเป็นกัน ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากเรามีลีลาการเล่นเครื่องดนตรีที่น้อย โดยเฉพาะคนที่ยังอยู่ในสเต็ปการแต่งเนื้อร้องทำนอง หรือทำเฉพาะส่วนนี้เป็นหลัก ทำให้เราติดแต่ลูกเล่นเดิม ๆ จนคิดว่าทุกเพลงที่ทำมันไม่ต่างกัน วิธีหนึ่งที่ช่วยให้เรามีลูกเล่นต่าง ๆ เพิ่มขึ้น คือ...

3 เคล็ดลับการแต่งเนื้อเพลงโฆษณาให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย

เวลาเราฟังโฆษณาที่มีเพลงประกอบ หลายครั้งเราจำได้ไม่ใช่เพราะภาพ แต่เพราะคำร้องที่ติดหู เนื้อเพลงโฆษณาที่ดีจะไม่ใช่แค่คำที่วางทับบนทำนอง แต่มันเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ช่วยย้ำตัวตนของแบรนด์และสร้างความทรงจำให้กับลูกค้าได้ยาวนาน การแต่งเนื้อเพลงโฆษณาจึงเป็นทั้งศิลปะและกลยุทธ์ที่ต้องอาศัยความเข้าใจผู้ฟังอย่างลึกซึ้ง พวกเรามองว่าเพลงโฆษณาไม่ต่างจากการเล่าเรื่องสั้นๆ ที่ต้องกระชับ เข้าใจง่าย แต่มีพลังพอที่จะดึงอารมณ์และเชื่อมโยงกับแบรนด์ในทันที ต่อไปนี้คือ 3 เคล็ดลับที่เราพบว่าได้ผลจริงในการแต่งเนื้อเพลงโฆษณาให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย 1. พูดภาษาเดียวกับผู้ฟัง สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกใช้คำที่สะท้อนตัวตนของกลุ่มเป้าหมาย ถ้าเราสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ที่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นหลัก การใช้คำที่เรียบเกินไปอาจทำให้เพลงดูห่างเหิน ในทางกลับกัน หากเป็นกลุ่มครอบครัวที่ต้องการความอบอุ่นและความน่าเชื่อถือ คำพูดที่อ่อนโยนและจริงใจจะสร้างความผูกพันได้มากกว่า ประสบการณ์จริงจากการทำแคมเปญหนึ่ง เราเคยเขียนเพลงโฆษณาให้กับสินค้าที่จับกลุ่มวัยรุ่น คีย์เวิร์ดที่เลือกใช้ไม่ได้มาจากการนั่งคิดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการไปฟังบทสนทนาจริงในโลกออนไลน์ ทำให้เพลงออกมาเหมือนเพื่อนพูดกับเพื่อน ผลลัพธ์คือผู้ฟังรู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์มากขึ้น 2. สั้น กระชับ และติดหู เนื้อเพลงโฆษณาไม่ควรยาวเกินไป เพราะพื้นที่ของการเล่าเรื่องมีจำกัด การใช้ประโยคสั้นๆ แต่มีจังหวะที่ลงตัว จะช่วยให้ผู้ฟังร้องตามหรือจดจำได้ทันที เหมือนกับสโลแกนที่ดีที่ไม่ต้องอธิบายยืดยาวแต่ทุกคนจำได้ เทคนิคที่พวกเราใช้คือการเขียนออกมาหลายเวอร์ชันแล้วนำไปลองร้องกับทำนองจริง บางครั้งประโยคที่ดูดีบนกระดาษอาจไม่เหมาะกับจังหวะ แต่เมื่อปรับให้เข้ากับเมโลดี้...

มีอะไรให้เรียน? ใน VERYCAT Membership เดือน มี.ค. ปี 2026

ข่าวสาร Membership เดือนมีนาคม ปี 2026 อัปเดตข่าวสาร Membership เดือนมีนาคม ปี 2026 ของ Verycatsound เรามีบทเรียนต่อเนื่องกันยาว ๆ พิเศษหน่อยคือเดือนนี้ มีเนื้อหาตัวสำคัญอยู่หลายตัว จะมีอะไรบ้างมาติดตามกัน สำหรับใครที่ยังไม่รู้เรื่อง REAL PRODUCER PASS เลย เรามีแบ่งเป็นเลเวลาต่าง ๆ แต่ละระดับจะได้สิทธิ REAL PRODUCER PASS สำหรับเรียนวิชาต่าง ๆ โดยแต่ละเดือนเราจะหยิบคอร์สเรียนของหลักสูตร The Real Producer มาให้เรียนกันตามระดับของ Membership ซึ่งแบ่งได้เป็น Slot ดังนี้ REAL...

5 ขั้นตอนง่ายๆ สร้างเพลงโฆษณาที่ลูกค้าจำไม่ลืม

การตลาดในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยคอนเทนต์ที่หลั่งไหลเข้าหาผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ทุกแบรนด์ต่างแข่งขันกันเพื่อให้ลูกค้าหันมาสนใจและจดจำได้ แต่สิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ “เพลงโฆษณา” ทั้งที่จริงแล้ว เสียงดนตรีและท่วงทำนองมีพลังในการสร้างความผูกพันกับผู้ฟังอย่างลึกซึ้ง พวกเราเชื่อว่าถ้าใช้ให้ถูกวิธี เพลงโฆษณาจะไม่ใช่เพียงแค่ฉากหลัง แต่จะเป็นหัวใจที่ทำให้แบรนด์ถูกจดจำไปอีกนาน เราจะพาไปดู 5 ขั้นตอนที่จะช่วยให้การสร้างเพลงโฆษณาเป็นเรื่องง่ายขึ้น และที่สำคัญคือทำให้ลูกค้าจำแบรนด์ของคุณได้ไม่ลืม ขั้นตอนที่ 1 รู้จักตัวตนของแบรนด์ก่อนลงมือ ก่อนจะหยิบเครื่องดนตรีหรือเปิดซอฟต์แวร์แต่งเพลง เราต้องถามตัวเองให้ชัดว่าแบรนด์นี้อยากสื่อสารอะไร เช่น ถ้าเป็นแบรนด์เครื่องดื่มพลังงาน เสียงควรเร้าใจ มีจังหวะเร็วเพื่อสร้างพลัง ในขณะที่แบรนด์สินค้าสำหรับครอบครัว อาจใช้ทำนองอบอุ่น ฟังแล้วรู้สึกใกล้ชิด เทคนิคจากประสบการณ์: ทีมการตลาดควรทำงานร่วมกับทีมดนตรีอย่างใกล้ชิด เพราะการตีความแบรนด์ผิดไปเพียงนิดเดียวอาจทำให้เพลงที่ได้ไม่ตรงกับตัวตน และทำให้เสียโอกาสในการสร้างความจดจำ ขั้นตอนที่ 2 จับอารมณ์ลูกค้าให้ถูกจุด เพลงที่ดีไม่ใช่แค่มีทำนองติดหู แต่ต้องปลุกอารมณ์ที่ถูกต้อง ลองนึกถึงเสียงดนตรีประกอบโฆษณาโทรศัพท์ที่เน้นความทันสมัย ถ้าเลือกใช้ดนตรีที่ช้าเกินไป อารมณ์ของผู้ฟังจะไม่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของสินค้า เคสจริง: มีโฆษณาน้ำหอมแบรนด์หนึ่งที่ใช้เพลงป๊อปจังหวะกลาง ๆ...

ベリーキャットサウンド ©2014 Copyright. All Rights Reserved.