คุณทำเพลงด้วยพลังบวกหรือพลังลบ ?
เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมบางเพลงถึงดิ่งลึกจนเราน้ำตาซึม หรือบางเพลงกลับเติมพลังใจให้เราอยากลุกขึ้นมาสู้ต่อ ทั้งหมดอาจไม่ได้เริ่มจากดนตรีหรือคำร้อง แต่เริ่มจาก “พลังงาน” ของคนทำเพลงที่เอามาใช้สร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งแบ่งได้เป็นพลังบวกและพลังลบ วันนี้อยากชวนมาสำรวจตัวเองดูว่าเราใช้พลังบวกหรือลบในการทำเพลง
พลังลบคือการเอาความผิดหวัง เจ็บปวด หรือความรู้สึกด้านลบกับชีวิต มาระบายออกผ่านงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน งานวาด หรือโดยเฉพาะงานเพลง การหยิบเอา “พลังลบ” มาเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องผิด แถมบ่อยครั้งมันยังสร้างผลลัพธ์จนได้การตอบรับที่ดีด้วย
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ บีโธเฟน (Beethoven) เพลงซิมโฟนีหลายบทของเขาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ความเศร้า และการระเบิดอารมณ์ที่รุนแรง พลังลบเหล่านั้นถูกนำมาใช้ในการสร้างสรรค์เพลงจนกลายเป็นผลงานระดับ Masterpiece ที่สะกดคนฟังได้ทั่วโลก
ในทางกลับกัน เราไม่จำเป็นต้องรอให้เศร้าถึงจะสร้างงานได้ การใช้ “พลังบวก” คือการหยิบเอาความรู้สึกสบายใจ บรรยากาศที่ดี หรือความต้องการที่จะส่งต่อกำลังใจและความรักที่สวยงามมาเป็นตัวตั้งต้น
ตัวอย่างศิลปินไทยที่เป็นไอคอนของการใช้พลังบวก คือ บอย โกสิยพงษ์ เพลงรักในรูปแบบต่าง ๆ มักสะท้อนพลังบวกออกมาอย่างชัดเจน ทั้งผ่านเนื้อหาและท่วงทำนองที่ฟังแล้วรู้สึกถึงความหวังและความอบอุ่น
ทั้งนี้มันไม่มีผิดไม่ถูก มันขึ้นอยู่กับสไตล์หรือความถนัดของแต่ละคนด้วย แต่ทั้งสองจะให้อารมณ์ความรู้สึกที่ต่างกัน เราจะใช้พลังแบบไหนก็จะส่งผลมาที่ตัวเพลง ทั้งอารมณ์เพลง เนื้อหา ทำนอง คอร์ดที่ใช้และอื่น ๆ
แต่สิ่งสำคัญที่อยากให้คิดต่อ คือ มันจะส่งผลมาถึงภาพลักษณ์ของศิลปินและตัวตนที่เราอยากให้คนอื่น ๆ รู้จักเรารวมถึงอาจจะส่งผลต่อชีวิตเลยก็ได้ เพราะการที่เราใช้พลังแบบไหนมาสร้างสรรค์เพลง ยิ่งมันรุนแรงเข้มข้นมาก ก็แสดงว่ามันออกมาจากชีวิตที่เป็นอย่างนั้นจริง ๆ และอาจจะทำให้เราจมดิ่งกับพลังลบ หรือจะเป็นคนที่คิดบวกได้กับทุกเรื่องไปด้วยครับ
ทั้งนี้ ไม่จำเป็นว่าเราต้องฝืนความรู้สึกตัวเองเพื่อดึงพลังอีกด้านที่เราไม่เคยใช้ออกมา แต่ปล่อยให้มันเป็นไปตามอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงก็ได้เช่นกัน สุดท้ายอยู่ที่เราเลือกว่าจะใช้พลังลบที่เกิดขึ้นในตอนนั้นเลย หรือเลือกที่จะเก็บมันไว้ก่อน หรือเปลี่ยนพลังลบให้กลายเป็นพลังบวกได้หากเราพลิกมุมมองกับมันครับ
สำหรับใครที่สนใจในการทำเพลงด้วยตัวเอง เรามีหลักสูตร The Real Producer ที่รวบรวมเนื้อหาแบบตรงจุด ครบทุกประเด็นที่จำเป็นต่อการทำเพลง ช่วยให้คุณเป็นโปรดิวเซอร์ทำเพลงได้อย่างแน่นอน สนใจสามารถติดต่อได้ที่ Verycatsound หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ และเป็นกำลังใจสำหรับคนทำเพลงทุกคนครับ
เราไม่ได้สอนให้คุณแค่ทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง
ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ
หากคุณสนใจการทำดนตรีจริงๆ แบบลึก จริงจัง คุณเลือกได้ ระหว่าง
1.
หลักสูตร The Real Producer
REAL / DEEP / EXCLUSIVE
“ลึกและตรงประเด็นที่สุดกับการทำเพลง”
เนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำดนตรี ในระดับมืออาชีพ
เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาดนตรีแท้ๆ ที่เป็นรากฐานในการสร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพทัดเทียมสากล
สนใจหลักสูตร หรือ และข้อมูลเพิ่มเติม ที่ link
► สอบถามหลักสูตร: LINE Official @verycatacademy
คลิก: https://line.me/ti/p/@verycatacademy
► ปรึกษา/นัดเวลา หรือขอ Demo เรียนฟรี! : http://mkt.verycatsound.academy/mf2
► โทร: 085-666-2425
2.
VERYCATSOUND Membership เริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ของคุณด้วยคลาสเรียน Exclusive รายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้
► ดูรายละเอียดและสมัครเลย: https://verycatsound.com/join-member/
ติดต่อ
เรื่องเรียนทำเพลง ► LINE : @verycatacademy
จ้างทำเพลง ► LINE : @verycatsound
#VeryCatSound #TheRealProducer #สอนทำเพลง #เรียนทำเพลง #energy #musicproducer #producerlife
นโยบายการคืนเงินและยกเลิกรายการ (Refund & Cancellation Policy) [link]