5 เรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนลงทุนซื้ออุปกรณ์ทำเพลงหลักแสน

5 เรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนลงทุนซื้ออุปกรณ์ทำเพลงหลักแสน

Share via:

Krissaka Tankritwong

5 เรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนลงทุนซื้ออุปกรณ์ทำเพลงหลักแสน

ใครเริ่มทำเพลงแล้วก็คงจะรู้ว่าการทำเพลงเป็นงานที่ใช้เงินมาก ไม่ว่าจะอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ ปลั๊กอิน เครื่องดนตรี ไหนจะค่าเรียนทำเพลงหรือเรียนดนตรีอีก รวมๆ แล้วอาจปาไปหลักหมื่นหลักแสน ดังนั้นก่อนจะควักเงินก้อนใหญ่ เราควรรู้ 5 เรื่องนี้ให้ดี เพื่อให้เราเลือกซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นกับตัวเรามากที่สุดครับ

เข้าใจว่าอุปกรณ์ทำเพลงหลายชิ้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็น ช่วยให้เราทำเพลงได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น แต่แม้อุปกรณ์จะสเปคมีฟังก์ชั่น มีคุณภาพที่ดี แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะดีกับเราในทุกอย่างนะครับ มาดู 5 เรื่องที่ช่วยให้พิจารณาและตัดสินใจง่ายขึ้นกันครับ

  1. กำลังซื้ออุปกรณ์อะไรอยู่

เราเข้าใจในสิ่งที่จะซื้อจริงๆ ไหม? หลายครั้งเราอยากได้ฟังก์ชันนิดเดียว แต่ดันไปซื้อรุ่นแพงที่ทำได้มากเกินความต้องการ กลายเป็นเสียเงินฟรี เช่น ถ้าอยากได้คีย์บอร์ดสำหรับใช้ทำเพลง ในงบหลักพันก็เริ่มมีคีย์บอร์ดใบ้แล้ว หรือสองสามหมื่นก็จะได้คีย์บอร์ดที่น้ำหนักลิ่มโอเค มีจำนวนลิ่มครบเสียง แต่ถ้าเรากลับไปซื้อรุ่นหลักแสนที่สามารถใช้เล่นสดทำเสียงหลากหลายได้ มันดีกว่าก็จริง แต่มันก็แลกมากับเงินที่เราต้องเสียเพิ่มอีก ซึ่งถ้ามันไม่จำเป็น สุดท้ายเงินก้อนนั้นควรเอาไปซื้อของที่เรายังขาดจริง ๆ มากกว่า

  1. สภาพแวดล้อมพร้อมหรือยัง

สภาพแวดล้อมจะเกี่ยวกับเรื่องอุปกรณ์ที่ใช้อัดเสียงเป็นหลัก เช่น ไมค์ ถ้าเราซื้อไมค์เป็นแสนบาทก็อาจไร้ค่าได้ ถ้าห้องยังสะท้อนเสียงเต็มไปหมด การทำ Acoustic Treatment ห้องให้ดีก่อน บางทีใช้ไมค์หลักพันก็พอแล้ว ยังรวมถึงเรื่องระบบไฟฟ้าด้วย อุปกรณ์ดีแค่ไหน แต่ไฟไม่เสถียร ก็ส่งผลต่อคุณภาพเสียงเช่นกัน อาจจะลามไปถึงอายุการใช้งานของอุปกรณ์นั้น ๆ ด้วย

  1. พร้อมเสียเวลาเรียนรู้กับมันไหม

อุปกรณ์แต่ละชิ้นมีวิธีใช้และข้อควรระวังต่างกัน ถ้าไม่ศึกษาก็อาจใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือพังง่าย การลงทุนซื้ออุปกรณ์แพง จึงต้องแลกมากับเวลาศึกษาและฝึกใช้ด้วย ซึ่งถ้ารู้ตัวว่าเราซื้อมาก็ไม่มีเวลาในการใช้งานหรือยังมีอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็นและต้องรีบใช้ให้เป็นก่อน ก็อาจจะยังไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่ก็ได้

  1. ได้ใช้จริงแค่ไหน

ของบางอย่างอยากได้มาก แต่ซื้อมาแล้วแทบไม่ได้ใช้ โดยเฉพาะ Plug-in ที่ซื้อตามโปรโมชั่นหรือรีวิว แต่สุดท้ายเรากลับใช้เสียงเดิมๆ ที่คุ้นเคย ถามตัวเองให้ชัดว่าดีกับงานของเราจริงไหม ถ้าไม่ค่อยได้ใช้ ต่อให้ดีแค่ไหนก็ไร้ค่า บางตัวที่ซื้อมาก็อาจจะไม่ได้ใช้ได้เลย ต้องมาเรียนการใช้ หรือหาความแตกต่าง หาว่ามันใช้กับอะไรได้บ้าง จนอาจเป็นจุดที่ทำให้คิดว่าเราจะใช้มันได้จริงหรือไม่ด้วย

  1. ถึงเวลาของมันหรือยัง ?

บางของอาจดีจริง แต่เรายังไม่พร้อมใช้ เช่น ซื้อคีย์บอร์ดแสนบาทที่เล่นสดได้ แต่จริง ๆ เรายังอยู่แค่ขั้นเริ่มแต่งเพลง หรือซื้อ Hardware EQ ทั้งที่ยังแต่งเพลงไม่เป็น แบบนี้ถือว่าข้ามขั้นไปไกลเกิน จำไว้ว่าอุปกรณ์จะคุ้มค่าที่สุดก็ต่อเมื่อเราพร้อมและถึงเวลาของมันแล้ว

บางทีเราเอาเงินไปกองกับสิ่งไม่จำเป็นเยอะมาก ทำให้จากดนตรีที่มันก็ใช้เงินแพงอยู่แล้ว ยิ่งแพงมากขึ้นไปอีก ที่สำคัญคือเราไม่ได้ใช้งานมันอย่างเต็มประสิทธิภาพด้วย สุดท้ายก็ไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป นี่ก็เป็น 5 ข้อที่ช่วยให้พิจารณาก่อนเลือกซื้ออุปกรณ์แพง ๆ ได้เหมาะและจำเป็น เพื่อเอามาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด คุ้มกับเงินที่เสียไปครับ

สำหรับที่สนใจในการทำเพลง อยากเรียนแบบลึก ๆ ระดับมืออาชีพ สามารถติดต่อและดูข้อมูลในหลักสูตร The Real Producer เนื้อหาต่าง ๆ ถูกออกแบบมาให้เรียนเรื่องการทำเพลงอย่างครบถ้วน ช่วยให้ทำเพลงได้แบบ producer มืออาชีพ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนครับ


สนใจเรียนทำเพลงอย่างจริงจังกับ VERYCATSOUND?
.
VERYCATSOUND Membership เริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ของคุณด้วยคลาสเรียน Exclusive รายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้
► ดูรายละเอียดและสมัครเลย: https://verycatsound.com/join-member/
.
หลักสูตรเต็ม The Real Producer “ลึกและตรงประเด็น” สำหรับผู้ที่พร้อมจะไปให้สุดทาง สู่การเป็นโปรดิวเซอร์มืออาชีพอย่างเต็มตัว
► สอบถามหลักสูตร: LINE Official @verycatacademy คลิก: https://line.me/ti/p/@verycatacademy

ติดต่อจ้างทำเพลง / อื่นๆ
► LINE: @verycatsound
► โทร: 085-666-2425

#VeryCatSound #TheRealProducer #สอนทำเพลง #เรียนทำเพลง #โปรดิวเซอร์ #investing #studio #audio

Leave a Comment

ベリーキャットサウンド ©2014 Copyright. All Rights Reserved.