ลำโพง ปกติแล้วเราจะเรียกว่า speaker ในภาษาอังกฤษ มันมีไว้ทำให้เสียงดังออกมา เอาไว้ฟังเพลง ฟังเสียงต่างๆที่เราเปิด จากเครื่องเล่นต่างๆ หรือไม่ก็จากคอม ซึ่งลำโพงปกติแบบนี้ ผมจะเรียกว่า ลำโพงฟังเพลง ละกันนะครับ โดยลำโพงฟังเพลง จะมีการเซตค่าให้การแสดงผลออกมามีความโดดเด่นในแบบของตัวมันเอง เช่น บางตัวเด่นเสียงเบส บางตัวเสียงชัดแหลมใส เรียกว่า มันมีการปรุงแต่งเสียงนั่นเอง
ส่วนลำโพงที่เอาไว้ทำเพลง เราจะเรียกว่า Studio Monitor Speaker ดูผิวเผินเหมือนมันน่าจะเหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างกันคือ เสียงมันจะ “flat” หรือค่อนข้าง ไม่มีการปรุงแต่งใดๆ ทำให้ได้ยินเสียงที่เที่ยงตรง ซึ่งสำคัญมากกับการทำเพลง เพราะตอนเราใส่เอฟเฟคต่างๆ ปรับความดังต่างๆ เราต้องการปรับให้มันถูกต้องแม่นยำ พอดีที่สุด ถ้ามันปรุงแต่งมา อาจทำให้เสียงที่เราทำมันไม่บาลานซ์ และไปเปิดกับลำโพงทั่วไปแล้วความสมดุลย์มั่วไปหมด บางอย่างดัง บางอย่างเบา ฟังไม่เพราะนั่นเองครับ ตอนจะซื้อให้เช็คดีๆก่อนว่าเป็นลำโพงประเภทนี้ชัวร์ๆ ไม่ใช่ลำโพงฟังเพลงปกติ
โดยส่วนใหญ่แล้วลำโพงที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Studio Monitor มันจะค่อนข้าง flat อยู่แล้ว แต่ก็จะมีคาแรกเตอร์ต่างกันออกไปอีกนิดหน่อย คือแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่น flat มากน้อยไม่เท่ากัน บางตัว อาจจะแหลมมากหน่อย บางตัวทุ้มหน่อยๆ แต่โดยรวมไม่หลอกหูมากเท่าลำโพงฟังเพลง ใช้งานทำเพลงได้ ยิ่งรุ่นที่แพงขึ้นก็จะยิ่ง flat มากขึ้น เที่ยงตรงมากขึ้นนั่นเองครับ
ถ้าคุณยังเป็นมือใหม่ อย่าเพิ่งไปยุ่งกับลำโพงแบบ Passive ครับ เพราะมันเป็นลำโพงแบบแยกส่วน ที่คุณต้องมีทั้งลำโพง แล้วก็ต้องมีแอมป์ แยกออกมาอีก ซึ่งมันจะยุ่งยาก และต้องใช้ความรู้เยอะในการเลือกจับคู่ให้เหมาะสม แต่ลำโพงแบบ Active คือมีแอมป์ในตัวให้เลย และสามารถเสียบปลั๊กใช้งานได้เลยง่ายๆ มันลดขั้นตอนยุ่งยากหลายๆอย่างลง และทำให้สะดวกสำหรับการทำเพลง โดยลำโพงแบบ Passive มันเหมาะกับคนที่เล่นเครื่องเสียงจริงจัง เป็นนักฟังเพลงระดับ Hi-Fi มากกว่าครับ เป็นคนละจุดประสงค์กัน
อย่างท่ีได้กล่าวไปว่า มันต้อง flat คือไม่ปรุงแต่งเสียงใดๆ ต้องเที่ยงตรงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ฉะนั้นใช้ลำโพงที่เอาไว้ฟังเพลง แบบทั่วไปไม่ได้นะครับ
ถ้าเป็นไปได้ ควรลองฟังเสียงหลายๆตัวเปรียบเทียบกันก่อน แม้มันจะ flat แต่มันก็ไม่ flat แบบสนิท แต่ละตัวก็มีความแตกต่างกันอยู่ดี ยิ่งถ้างบที่เราตั้งยังไม่สูงพอที่จะเป็นลำโพงที่ flat สนิท แนะนำว่าเลือกเอาที่ชอบดีกว่า ครับ (ปกติลำโพง monitor จะเริ่มตั้งแต่คู่ละ 5-6000 เป็นต้นไป แต่จะเริ่มแฟลตสนิทที่พวกคู่ละ 30000+ จนไปถึงแสน) โดยเมื่อเราทำงานกับมอนิเตอร์นั้นจนชินแล้ว เราจะรู้ได้เองว่า ต้องมิกซ์เผื่อทดยังไงบ้าง เช่นบางตัวจะทุ้มไปนิดหน่อย ต้องปรับความทุ้มให้ต่ำลงมานิดจะพอดี อะไรแบบนี้ แล้วเราต้องทำงานด้วยมอนิเตอร์คู่นี้ไปอีกนาน ควรเลือกที่ชอบจริงๆไปเลยครับ
ขนาดดอกลำโพงที่เลือกควรจะถูกต้องสัมพันธ์กับขนาดห้องที่เราทำงาน เพราะขนาดของดอก เกี่ยวพันกับสัดส่วนของเสียงเบสต่อเสียงย่านกลางและสูง ถ้าขนาดห้องเราเล็ก แต่เราดันเลือกใช้ดอกใหญ่เกินไป เวลาเราเปิดอาจจะกลายเป็นว่าเสียงเบสเยอะเกินไปก็ได้ โดยมีเกณฑ์คร่าวๆดังนี้
– ดอก 3 นิ้ว เหมาะกับห้องขนาด 1-3 ตรม. (กำลังวัตต์ประมาณ 10 วัตต์ขึ้นไป)
– ดอก 4 นิ้ว เหมาะกับห้องขนาด 6-25 ตรม. (กำลังวัตต์ประมาณ 20 วัตต์ขึ้นไป)
– ดอก 4-5 นิ้ว เหมาะกับห้องขนาด 20-40 ตรม. (กำลังวัตต์ประมาณ 40 วัตต์ขึ้นไป)
– ดอก 5 นิ้วขึ้นไป เหมาะกับห้องขนาด 30-50 ตรม. (กำลังวัตต์ประมาณ 120 วัตต์ขึ้นไป)
ฉะนั้น นี่อาจเป็นข้อดีของการทำงานในห้องเล็กๆ เพราะคุณจะประหยัดค่าลำโพงไปได้อีก เนื่องจากไม่ต้องใช้ดอกใหญ่มากครับ
ลำโพงมันไม่สามารถวางด้วยตัวมันเองเปล่าๆได้เฉยๆ มันจำเป็นต้องวางบนอะไรสักอย่างที่เหมาะสม นั่นคือขาตั้งลำโพงโดยเฉพาะ หรือถ้าคุณจะไม่วางบนขาตั้ง แต่จะวางบนโต๊ะ คุณต้องวางบนแผ่นโฟมรองลำโพงด้วย เนื่องจากการที่คุณวางลำโพงลงไปบนโต๊ะตรงๆ เสียงที่ได้จะมีการสั่นสะเทือนไปสู่โต๊ะด้วย และการสั่นสะเทือนนี้จะมากเกินไปจนเป็นผลทำให้มีเสียงเบสมากกว่าปกติ จนไม่เที่ยงตรงได้ครับ ฉะนั้นเลือกเอาว่าจะใช้ขาตั้ง หรือจะใช้แผ่นรองลำโพง ไม่ควรใช้ทั้งสองอย่าง เพราะการลดเบสจะลดมากเกินไปจนกลายเป็นไม่เที่ยงตรงไปได้ครับ โดยอุปกรณ์ทั้งสองอย่างที่ว่าไป ส่วนใหญ่แล้วร้านที่ขายลำโพงก็จะมีให้ซื้ออยู่แล้ว ลองสอบถามเค้าได้
โดยความเห็นส่วนตัวผมคิดว่า ถ้ามีงบประมาณพอ อยากให้เริ่มต้นใช้ลำโพงมอนิเตอร์ที่ราคาประมาณ 15000 บาท กำลังเหมาะสมครับ ไว้ทำไปนานๆแล้ว อยากอัพเกรดค่อยเปลี่ยนเป็นรุ่นที่ advance กว่าเดิม
หรือถ้าใครอยากเริ่มต้นทำได้แบบประหยัด ลองอ่านในบทความเก่า เรื่อง จัดเซตอุปกรณ์ทำเพลงขั้น Mix,Master ใน link นี้ที่ผมเคยแนะนำไว้ได้ครับ
https://verycatsound.com/musicequipment-phase2/
เราเคยแนะนำวิธีการเลือกซื้อ Audio Interface สำหรับมือใหม่กันไปแล้วใน link นี้
https://verycatsound.com/blog-soundcard/
ทีนี้แน่นอนว่า ลำดับต่อไป หลายๆคนก็คงต้องหา ลำโพง , microphone และ หูฟัง กันใช่ไหมครับ
โพสต์นี้ผมจะเจาะลึกการเลือกซื้อ ลำโพง ฉบับเข้าใจง่ายๆ ให้มือใหม่สามารถพิจารณาเลือกซื้อได้ถูกนะครับ
ถ้าใครกำลังอยู่ในระหว่างเริ่มต้น แล้วมองหาหลักสูตรเรียนทำเพลง ทำดนตรี ที่สอนทุกอย่าง ลองดูหลักสูตร The Real Producer ของเราได้ครับ
มีสอนทุกอย่างที่ได้กล่าวไป ตั้งแต่เริ่มตจ้นไปจนระดับลึก ติดต่อแอดมินทางไลน์ @verycatacademy หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก link ด้านล่างสุดท้ายบทความได้ครับ
————————————————————–
หลักสูตรโดย VERY CAT SOUND : Compose Your Dream
เราไม่ได้สอนให้คุณแค่ทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง
ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจการทำดนตรีจริงๆ อยากเรียนรู้แบบลึก จริงจัง
นี่คือหลักสูตรที่เนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำดนตรี ในระดับมืออาชีพ
หลักสูตร The Real Producer
เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาดนตรีแท้ๆ ที่เป็นรากฐานในการสร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพทัดเทียมสากล
สนใจหลักสูตร ติดต่อ admin ที่ line ด้านล่าง หรือ รับ demo คอร์สเรียนฟรี! และข้อมูลเพิ่มเติม ที่ link
http://mkt.verycatsound.academy/mf2
——————
Contact
Line ID :
– เรื่องเรียนทำเพลง @verycatacademy
– เรื่องจ้างทำเพลง @verycatsound
Tel. : 0856662425
Website : verycatsound.com
FB : http://www.facebook.com/verycatsound
YT : http://www.youtube.com/c/verycatsound