ต้องเรียน Mix:Master ถึงเป็น Producer ได้ จริงหรือไม่?
อยากเป็น Producer ต้องเรียน Mix:Master หรือไม่ เป็นคำถามที่มีให้เห็นกันอยู่เรื่อย ๆ และหลายคนก็สับสนกันเยอะด้วย จริง ๆ เรื่อง Mix:Master ถือว่ามีประโยชน์แต่ก็ไม่ได้จำเป็นกับ Producer ซะทีเดียว วันนี้เลยอยากจะมาอธิบายเรื่อง Mix:Master กับ Producer ให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ผ่าน 4 ข้อคิดเห็นนี้ครับ
หลายคนเข้าใจผิดว่าทั้งสองนั้นทำหน้าที่เหมือนกัน แต่จริง ๆ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง Producer จะทำหน้าที่ควบคุมการผลิต จะต้องมีภาพในหัวออกว่าเพลงจะเป็นยังไง มีไอเดีย มีสกิลดนตรีเต็มที่ นี่คือหน้าที่หลัก แต่ว่าก็มีหลาย Producer ที่มีทักษะการมิกซ์มาสเตอร์ได้ด้วย แต่จริง ๆ ส่วนนี้มันเป็นหน้าที่ของ Sound Engineer ที่มีหน้าที่หลักในการจัดการเสียงให้สะอาด ผ่านการบันทึกเสียง ตัดแต่งเสียง ปรับมิกซ์และมาสเตอร์ ฉะนั้น การทำเพลงจะเริ่มจากกระบวนการดีไซน์เพลงของ Producer ก่อน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Sound Engineer เลย
หน้าที่ Producer ไม่ได้มิกซ์มาสเตอร์เองก็จริง แต่ Producer ต้องเข้าใจและสั่ง Sound Engineer ได้ เพื่อให้เพลงเป็นไปตามความรู้สึกที่ต้องการ ไม่ว่าจะความบาลานซ์ โทนเสียง ความหนักเบา ความพุ่งของเสียง หรืออื่น ๆ เลยกลายเป็นว่าถ้ามีความรู้เรื่อง Sound Engineer ก็ช่วยในการสั่งการและทำเพลงง่ายขึ้น แต่ถ้าไม่มีทักษะนี้ก็ทำเพลงได้ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าหน้าที่หลักของ Producer อยู่ที่การดีไซน์เพลงซึ่งต้องเรียนดนตรีมากกว่า การจะเรียนมิกซ์มาสเตอร์หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่ว่าเราอยากเป็น Producer ที่จะยุ่งกับเรื่องเสียงมากหรือน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง
Producer ระดับโลกหลายคนก็ยุ่งอยู่กับการดีไซน์ดนตรี ไม่ได้มีทักษะการมิกซ์เลย แต่สิ่งสำคัญของ Producer คือเทสดนตรีต้องดี ฟังเสียงออกว่าแบบไหนคือดี แบบไหนคือไม่ดี มันอาจจะเกิดจากการทำเพลงมานาน เกิดจากการใช้หูฟังหรืออุปกรณ์ที่ดี จนหล่อหลอมเทสที่ดีออกมาได้ ซึ่งเทสที่ดีหมายถึงทั้งตัวคุณภาพเสียง เช่นเสียงจากแผ่นเสียง เสียงจาก CD เสียงจากมือถือ ทั้งสามมันก็เป็นเสียงคนละแบบกัน และอีกส่วนรสนิยมของเสียงที่ต้องการ
สิ่งสำคัญของ Producer คือควรโฟกัสภาพรวมของเพลงเป็นหลัก ซึ่งการที่ใส่ใจกับคำว่ามิกซ์มาสเตอร์มากเกินไป จะทำให้เข้าใจผิดว่า การมิกซ์มาสเตอร์และ Sound Engineer คือสิ่งเดียวกับ Producer ซึ่งไม่ถูกต้อง ต้องทำความเข้าใจว่าการทำเพลงที่ต้องการหมายถึง การดีไซน์เพลงในภาพรวมหรือการปรับแต่งเสียง และการเข้าใจผิดแบบนี้ทำให้มีหลายคนที่เลือกไปฝึกเองหรือหาคอร์สเรียนทำเพลงเอง แต่ไม่ได้เรียนเรื่องดนตรีและการดีไซน์เพลง เพราะได้เรียนเรื่องมิกซ์มาสเตอร์แทน
ทั้ง Producer และ Sound Engineer เป็นคนทำเพลงเหมือนกัน แต่ด้วยหน้าที่แล้วถือว่าไม่เหมือนกันเลย ต้องแยกให้ออกว่าเราอยากเป็นคนทำเพลงในส่วนไหน ซึ่งถ้าใครต้องการออกแบบเพลง ดีไซน์เพลง เลือกคอร์ดและโน้ต สร้างเสียงประสานต่าง ๆ คิดกรู๊ฟเครื่องดนตรี แบ่งท่อนเพลงต่าง ๆ พวกนี้จะเป็นเรื่องของ Producer ฉะนั้น การเรียนมิกซ์มาสเตอร์ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ถ้าอยากตอบโจทย์เรื่องการเป็น Producer จริง ๆ ต้องเรียนดนตรีครับ
สำหรับใครที่สนใจในการทำเพลงอยากเรียนรู้อย่างมืออาชีพ เรามีหลักสูตร The Real Producer ที่รวบรวมเนื้อหาแบบตรงจุด ครบทุกประเด็นที่จำเป็นต่อการทำเพลง ช่วยให้คุณทำเพลงเป็นอาชีพได้อย่างแน่นอน สนใจสามารถติดต่อได้ที่ Verycatsound หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ และเป็นกำลังใจสำหรับคนทำเพลงทุกคนครับ
เราไม่ได้สอนให้คุณแค่ทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง
ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ
หากคุณสนใจการทำดนตรีจริงๆ แบบลึก จริงจัง คุณเลือกได้ ระหว่าง
1.
หลักสูตร The Real Producer
REAL / DEEP / EXCLUSIVE
“ลึกและตรงประเด็นที่สุดกับการทำเพลง”
เนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำดนตรี ในระดับมืออาชีพ
เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาดนตรีแท้ๆ ที่เป็นรากฐานในการสร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพทัดเทียมสากล
สนใจหลักสูตร หรือ และข้อมูลเพิ่มเติม ที่ link
► สอบถามหลักสูตร: LINE Official @verycatacademy
คลิก: https://line.me/ti/p/@verycatacademy
► ปรึกษา/นัดเวลา หรือขอ Demo เรียนฟรี! : http://mkt.verycatsound.academy/mf2
► โทร: 085-666-2425
2.
VERYCATSOUND Membership เริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ของคุณด้วยคลาสเรียน Exclusive รายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้
► ดูรายละเอียดและสมัครเลย: https://verycatsound.com/join-member/
ติดต่อ
เรื่องเรียนทำเพลง ► LINE : @verycatacademy
จ้างทำเพลง ► LINE : @verycatsound
#VeryCatSound #TheRealProducer #สอนทำเพลง #เรียนทำเพลง #mixingandmastering #soundengineer #musicproducer
นโยบายการคืนเงินและยกเลิกรายการ (Refund & Cancellation Policy) [link]