เรียนก่อนแล้วค่อยทำ หรือทำก่อนแล้วค่อยเรียน? แบบไหนพัฒนาการทำเพลงเร็วกว่ากัน
หนึ่งในคำถามคลาสสิกที่เกิดขึ้นกับคนทำเพลงบ่อย ๆ คือ เราต้องเรียนก่อนถึงทำ หรือลองทำก่อนค่อยเรียน ปัญหานี้ไม่ต่างอะไรกับคำถามที่ว่า “ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน” เพราะการเลือกไปสุดทางใดทางหนึ่งต่างก็มีกับดักและความเสี่ยงที่ต้องแลก บทความนี้จะมาเล่าให้ฟังจากประบสบการณ์จริงครับ
เริ่มที่สาย ทำก่อนค่อยเรียน
หลายคนเริ่มต้นด้วยความตั้งใจว่าจะไม่ยอมเสียเงินเรียน แต่เน้นการลองผิดลองถูก (Trial & Error) หาโปรแกรมฟรี หาซอฟต์แวร์แครก หรือค้นหาวิธีทางอ้อมด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่ต้องแลกก็คือ การไม่มีพื้นฐานระบบความคิดที่ถูกต้อง การแก้ปัญหาเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ (เช่น ปัญหา Driver เสียงหน่วง, โปรแกรมเด้ง หรือการจัดระเบียบย่านความถี่) อาจใช้เวลานานเป็นสัปดาห์หรือเป็นปีโดยหาสาเหตุไม่เจอ
ซึ่งต้นทุนที่แท้จริงคือ เวลาชีวิต อาจจะกลายเป็นว่าการพยายามประหยัดงบประมาณในตอนแรก มักจบลงด้วยการเสียเวลาชีวิตไปหลายปี ซึ่งเป็นต้นทุนที่แพงที่สุดและเอาคืนไม่ได้ และหลายครั้งจะพบว่า เมื่อตัดสินใจลงทุนกับอุปกรณ์มาตรฐานและระบบการเรียนรู้ที่ถูกต้อง ปัญหาที่เคยงมมานานหลายปีกลับปลดล็อกได้ภายในวันเดียว
มาที่สาย เรียนก่อนค่อยทำ
ในทางกลับกัน บางคนทุ่มเทเวลาและงบประมาณไปกับการเทคคอร์ส สะสมความรู้ ทฤษฎี สเกล และคอร์ดมากมาย แต่กลับไม่เคยผลิตผลงานเพลงเต็มรูปแบบของตัวเองออกสู่ตลาดเลยแม้แต่เพลงเดียว ต้องเข้าใจว่าการรู้ทฤษฎีลึกซึ้งแต่ไม่ได้นำไปประยุกต์ใช้งานจริง จะทำให้เกิดความกลัว ไม่กล้าแต่งเพลงเพราะมัวแต่กังวลเรื่องกฎเกณฑ์ รวมถึงขาดทักษะกับปัญหาจริงด้วย เพราะทฤษฎีในตำราไม่สามารถแทนที่ประสบการณ์จากการนั่งจัดวางโน้ต การเลือกซาวด์ และการมิกซ์เสียงจริงได้
ทางรอดที่แท้จริง คือ เรียนไปทำไป
คำตอบที่น่าจะดีที่สุดสำหรับการทำเพลงระดับมืออาชีพ ไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่คือการสร้าง Loop การเรียนรู้คู่การลงมือทำ (Learn & Apply Loop)
ต้องเข้าใจว่าดนตรีเป็นภาพที่ใหญ่กว่าที่หลายคนคิด ยากกว่าที่จะเรียนให้จบในทีเดียวก่อน จากประสบการณ์ การเรียน Music Production เชิงลึกต้องใช้เวลาสะสมชั่วโมงเรียนราว 600–700 ชั่วโมง (หรือ 2,000+ ชั่วโมงในสถาบันเต็มรูปแบบ) หากรอให้เรียนจบทั้งหมดก่อนค่อยทำ คุณจะเสียเวลาชีวิตโดยไม่ได้สร้างผลงานเลย
การเรียนและลงมือทำที่ดีคือ การเรียนรู้สัปดาห์ละ 1 เทคนิค แล้วนำมาแต่งเพลงทดลอง 1 เพลง จะทำให้ตลอดระยะเวลาการเรียน 2–4 ปี คุณจะมีผลงานนับสิบหรือนับร้อยเพลงที่เกิดจากการทดลองจริง
คุณค่าของการทำเพลงจึงไม่ใช่แค่เรื่องของผลลัพธ์ แต่คือการได้เป็นผู้ “ควบคุมและสร้างสรรค์ (Full Control)” ทุกโน้ตและดีไซน์ด้วยตนเอง
อยากเปลี่ยนมุมองของทุกคนว่า การทำเพลงไม่มีทางลัดที่ไร้การลงทุน “เงินและเวลา” คือสิ่งที่คุณต้องจ่ายให้กับความตั้งใจจริง เลิกตั้งคำถามว่าต้องเรียนก่อนหรือทำก่อน แต่จงเริ่มต้น “เรียนรู้สิ่งใหม่ในวันนี้ แล้วนำไปสร้างสรรค์ผลงานทันที” นั่นคือเส้นทางเดียวที่จะเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นโปรดิวเซอร์ตัวจริงครับ
สำหรับใครที่สนใจในการทำเพลงอยากเรียนรู้การทำเพลงอย่างมืออาชีพ เรามีหลักสูตร The Real Producer ที่รวบรวมเนื้อหาแบบตรงจุด ครบทุกประเด็นที่จำเป็นต่อการทำเพลง ช่วยให้คุณเป็นโปรดิวเซอร์ทำเพลงได้ทุกแนวอย่างแน่นอน หรือจะเริ่มต้นจากระบบ Membership ก่อนได้ ที่จุดคัดคอร์สคุณภาพที่สามารถเอาไปใช้ได้จริงหมุนเวียนมาให้ดูกันทุกเดือน
ใครที่มีความฝันในการทำเพลง และติดตามกันมาตลอด Verycatsound ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนครับ
เราไม่ได้สอนให้คุณแค่ทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง
ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ
หากคุณสนใจการทำดนตรีจริงๆ แบบลึก จริงจัง คุณเลือกได้ ระหว่าง
หลักสูตร The Real Producer
REAL / DEEP / EXCLUSIVE
“ลึกและตรงประเด็นที่สุดกับการทำเพลง”
เนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำดนตรี ในระดับมืออาชีพ
เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาดนตรีแท้ๆ ที่เป็นรากฐานในการสร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพทัดเทียมสากล
สนใจหลักสูตร หรือ และข้อมูลเพิ่มเติม ที่ link
► สอบถามหลักสูตร: LINE Official @verycatacademy
คลิก: https://line.me/ti/p/@verycatacademy
► ปรึกษา/นัดเวลา หรือขอ Demo เรียนฟรี! : http://mkt.verycatsound.academy/mf2
► โทร: 085-666-2425
VERYCATSOUND Membership เริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ของคุณด้วยคลาสเรียน Exclusive รายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้
► ดูรายละเอียดและสมัครเลย: https://verycatsound.com/join-member/
ติดต่อ
เรื่องเรียนทำเพลง ► LINE : @verycatacademy
จ้างทำเพลง ► LINE : @verycatsound
#VeryCatSound #TheRealProducer #สอนทำเพลง #เรียนทำเพลง