สอนวิธีใช้ Garage Band (Mac) ทำเพลง EP2 - เจาะลึกปุ่มต่างๆ [ Music Craft]

สอนวิธีใช้ Garage Band (Mac) ทำเพลง EP2 – เจาะลึกปุ่มต่างๆ

Share via:

Krissaka Tankritwong

สอนวิธีใช้ Garage Band (Mac) ทำเพลง EP2 – เจาะลึกปุ่มต่างๆ

มาถึงสอนใช้โปรแกรม Garage Band แล้ว ครั้งนี้เป็น EP2 เราจะมาเจาะลึกฟังก์ชันการทำงานของปุ่มควบคุมต่างๆ บนหน้าต่างโปรแกรม รวมถึงคำศัพท์และเทคนิคหลังบ้านที่จะช่วยให้กระบวนการเรียบเรียงดนตรีมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นครับ

หน้าต่างหลักที่เราใช้ทำงานในการวางบล็อกดนตรีเรียกว่า หน้าต่างจัดเรียง (Arranging Page) โดยเราสามารถเปิด-ปิดแถบเครื่องมือต่างๆ ด้านบนเพื่อเพิ่มพื้นที่การทำงานได้ผ่านปุ่มควบคุมหลักดังนี้:

  • Library (ปุ่มซ้ายสุด): สำหรับเปิด-ปิดหน้าต่างเลือกเสียงเครื่องดนตรีและเอฟเฟกต์

หากเป็น Track สีเขียว (Software Instrument / MIDI) จะเป็นการเลือกเปลี่ยนซาวด์ เช่น เปียโน หรือ กีตาร์

หากเป็น Track สีน้ำเงินหรือสีชมพู (Audio / Wave) จะเปลี่ยนเป็นการเลือก Preset ของเอฟเฟกต์ เพื่อนำมาคำนวณและแปลงสัญญาณเสียงแทน

  • Quick Help (รูปเครื่องหมายคำถาม): ตัวช่วยอธิบายฟังก์ชันการทำงาน เมื่อเปิดใช้งานแล้วนำเมาส์ไปชี้ตามปุ่มต่าง ๆ ระบบจะแสดงคำอธิบายข้อดีและหน้าที่ของปุ่มนั้นๆ ทันที
  • Smart Control (รูปนาฬิกา/หน้าปัด): เมนูสำหรับปรับแต่งคาแรกเตอร์เสียงและเอฟเฟกต์เพิ่มเติมของ Track นั้น ๆ เช่น การปรับย่านความถี่ (EQ) หรือการเพิ่มเอฟเฟกต์ก้องกังวาน (Reverb) โดยหน้าต่างคอนโทรลด้านล่างจะปรับเปลี่ยนปุ่มไปตามประเภทของเครื่องดนตรีโดยอัตโนมัติ
  • Editor (รูปกรรไกร): หน้าต่างเจาะลึกรายละเอียด

Track สีเขียว (MIDI) จะแสดงผลเป็นหน้าต่างลิ่มนิ้วเปียโน (Piano Roll) ให้ลบหรือเลื่อนโน้ตได้

Track Audio จะแสดงผลเป็นคลื่นเสียง (Waveform) สำหรับการตัดต่อ

  • Metronome & Count-in (เครื่องหมายสามเหลี่ยมและตัวเลข): ปุ่มเคาะจังหวะเพื่อให้เราเล่นได้ตรงบีท และปุ่มนับจังหวะนำก่อนเริ่มบันทึกเสียง (1 2 3 4)
  • Apple Loops (รูปห่วงเชือกขวาสุด): คลังลูปและแซมเปิลสำเร็จรูปที่โปรแกรมเตรียมไว้ให้ สามารถลากมาวางในเพลงได้ทันที

กล่องต่าง ๆ ที่ปรากฏขึ้นในหน้าต่างจัดเรียง (Arranging Page) เวลาอัดเสียงหรือใส่ MIDI เข้าไป จะเรียกว่า Region ซึ่งเราสามารถสั่งการและตัดแต่งมันได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้:

  • การยืด-หด และทำลูป (Looping): เมื่อนำเมาส์ไปวางที่บริเวณท้าย Region

หากเมาส์อยู่ครึ่งล่าง: จะเป็นการคลิกค้างเพื่อยืดความยาวหรือหดขอบ Region

หากเมาส์อยู่ครึ่งบน (ไอคอนลูกศรวน): จะเป็นการลากเพื่อทำซ้ำ (Loop) ให้บล็อกนั้นเล่นซ้ำต่อเนื่อง

  • การตัดขอบเสียง (Split): เลื่อนคอร์เซอร์สีแดง (Playhead) ไปยังจุดที่ต้องการตัด จากนั้นกดปุ่มลัด Command + T (บน Mac) บล็อกเสียงจะแยกออกจากกันเป็นสองส่วนทันที
  • การรวมบล็อกเสียง (Join): หากต้องการติดกาวรวมบล็อก Region หลาย ๆ อันให้กลายเป็นก้อนเดียวกัน ให้ลากคลุม Region ทั้งหมดแล้วกดปุ่มลัด Command + J (มาจากคำว่า Join)
  • การก๊อปปี้ทางลัด (Fast Copy): แทนที่จะกดคลิกขวา Copy/Paste ให้ใช้การกดปุ่ม Option ค้างไว้ แล้วคลิกซ้ายลาก Region นั้นไปยังตำแหน่งใหม่ วิธีนี้จะช่วยเพิ่มความเร็วในการเรียบเรียงเพลงได้เท่าตัว
  • ระบบแม่เหล็ก (Snap to Grid): สำหรับมือใหม่หรือมืออาชีพที่ต้องการความเร็วในการทำงาน แนะนำให้เปิดฟังก์ชันนี้ไว้เสมอ (เข้าที่เมนู Edit > Snap to Grid) เพื่อให้เวลาเราเลื่อนหรือตัด Region ตัวบล็อกจะถูกดูดเข้าเส้นสัดส่วนจังหวะอย่างแม่นยำ ไม่เลื่อนไหลจนเพลงหลุดจังหวะ

ทีนี้เมื่อเราดับเบิลคลิกที่ Track สีเขียว (MIDI) หน้าต่าง Editor ด้านล่างจะเปิดขึ้นมา ซึ่งเป็นหน้า Piano Roll เครื่องมือสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ Quantize หรือการปัดตัวโน้ตที่เล่นเบี้ยวให้เข้าตรงจังหวะกริต (Grid) โดยอัตโนมัติ

  • 1/1 (Whole Note) โน้ตตัวกลม ปัดเข้าหัวห้อง (Bar) เหมาะกับเสียงลากยาวห้ามใช้กับจังหวะละเอียด
  • 1/4 (Quarter Note) โน้ต 1 จังหวะ (ตัวดำ)
  • 1/8 (Eighth Note) โน้ตครึ่งจังหวะ (ตัวเขเบ็ด 1 ชั้น) จังหวะเริ่มละเอียดขึ้น

ข้อควรระวัง: การ Quantize ไม่จำเป็นต้องใช้ตลอดเวลา หากเราบันทึกเสียงด้วยมือมนุษย์ (Human Touch) ความไม่ตรงกริตเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติและไพเราะกว่า หรือการปัด Quantize ที่ละเอียดไม่พอหรือเดาใจเราผิด อาจทำให้โน้ตวิ่งไปรวมกันจนเสียรูปเพลงได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแนวเพลงที่ทำหรือความพอใจของตัวผู้สร้างครับ

นอกจากนี้ ในหน้าต่าง MIDI Editor เรายังสามารถกดปุ่มลัดเพื่อจัดการโน้ตได้เร็วขึ้น:

  • เปลี่ยนระดับเสียง (Transpose): เลือกโน้ตแล้วกด Option + ลูกศรขึ้น/ลง เพื่อเลื่อนทีละครึ่งเสียง (Semitone)
  • เปลี่ยนระดับเสียงคู่แปด (Octave): เลือกโน้ตแล้วกด Shift + Option + ลูกศรขึ้น/ลง เพื่อกระโดดเสียงขึ้นหรือลงทีละ 1 อ็อกเทฟทันที

สำหรับ Track สีน้ำเงินที่เป็นสัญญาณเสียง (Audio Wave) เมื่อเราเปิดฟังก์ชัน Flex Time (ไอคอนรูปเกลียวคลื่นคู่) โปรแกรมจะคำนวณและแสดง “เสาจังหวะขีดสีขาว” ขึ้นมาบนคลื่นเสียง ช่วยให้เราสามารถใช้เมาส์คลิกเพื่อลากยืดหรือหดคำร้องที่ร้องคร่อมจังหวะให้เข้าล็อกกับ Tempo เพลงได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ หากเราคลิกขวาที่แถบควบคุมหัว Track (Track Header) แล้วเลือก Config Track Header เราจะสามารถเปิดฟังก์ชันขั้นสูงขึ้นมาใช้งานได้ เช่น ปุ่ม Lock Track (ป้องกันการเผลอลบงานชิ้นสำคัญ) และปุ่ม Record Enable (รูปวงกลมสีแดงบนแต่ละ Track)

ประโยชน์ของปุ่ม Record Enable คือช่วยให้เราสามารถบันทึกเสียงพร้อมกันหลาย Track ได้ (Multi-track Recording) เช่น หากคุณเป็นนักแต่งเพลง (Songwriter) ที่ต้องการเล่นเปียโน/กีตาร์ไปด้วยและร้องเพลงไปด้วยพร้อมกัน ให้กดเปิดปุ่มอัดสีแดงบน Track ทั้งสองค้างไว้ จากนั้นเลือกช่องสัญญาณอินพุต (Input Channel) ให้ถูกต้อง เช่น Track ร้องรับสัญญาณจากไมค์ตัวที่ 1 และ Track กีตาร์รับสัญญาณจากไมค์ตัวที่ 2 เมื่อกดอัด (ปุ่ม R) โปรแกรมก็จะบันทึกเสียงทั้งสองไลน์ลงสเตชันพร้อมกันทันที

นี่ก็เป็นวิธีใช้ Garage Band EP 2แนะนำให้ผู้เริ่มต้นโฟกัสที่การจัดระเบียบและการตัดต่อ Region ในหน้า arrangment ให้คล่องแคล่วก่อน เนื่องจากระบบ Mix และ Master บนเครื่องมือนี้เป็นเพียงการจัดการเบื้องต้น หากต้องการความละเอียดในการคุมโทนเสียงระดับมืออาชีพ การขยับขึ้นไปใช้โปรแกรมรุ่นพี่อย่าง Logic Pro จะให้กระบวนการทำงาน (Workflow) ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าครับ

ซึ่งที่จะแนกนำยังไม่หมดนะครับ ครั้งหน้า EP 3 จะเอาเรื่อง Controller/Automation (เช่นการเขียน Pitch Bend สั่งให้เสียงดนตรีบิดเลื้อย หรือการวาด Volume ให้เสียงค่อย ๆ ดังขึ้น) ไปเจาะลึกเทคนิคการใช้งาน Automation การแก้ปัญหาเสียงต่อเชื่อมด้วย Pedal และการดึงพลังของ Apple Loops มาผสมผสานเพื่อให้การสร้างสรรค์บทเพลงของคุณเสร็จสมบูรณ์ได้อย่างรวดเร็วครับ โดยเนื้อหาพิเศษนี้จะเปิดให้เข้าชมในระบบสมาชิกระดับเริ่มต้น (Membership) ของ Very Cat Sound 

สำหรับใครที่สนใจในการทำเพลงอยากเรียนรู้การทำเพลงอย่างมืออาชีพ เรามีหลักสูตร The Real Producer ที่รวบรวมเนื้อหาแบบตรงจุด ครบทุกประเด็นที่จำเป็นต่อการทำเพลง ช่วยให้คุณเป็นโปรดิวเซอร์ทำเพลงได้ทุกแนวอย่างแน่นอน หรือจะเริ่มต้นจากระบบ Membership ก่อนได้ ที่จุดคัดคอร์สคุณภาพที่สามารถเอาไปใช้ได้จริงหมุนเวียนมาให้ดูกันทุกเดือน

ใครที่มีความฝันในการทำเพลง และติดตามกันมาตลอด Verycatsound ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนครับ


เราไม่ได้สอนให้คุณแค่ทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง
ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ
หากคุณสนใจการทำดนตรีจริงๆ แบบลึก จริงจัง คุณเลือกได้ ระหว่าง

1.
หลักสูตร The Real Producer
REAL / DEEP / EXCLUSIVE
“ลึกและตรงประเด็นที่สุดกับการทำเพลง”
เนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำดนตรี ในระดับมืออาชีพ
เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาดนตรีแท้ๆ ที่เป็นรากฐานในการสร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพทัดเทียมสากล
สนใจหลักสูตร หรือ และข้อมูลเพิ่มเติม ที่ link
► สอบถามหลักสูตร: LINE Official @verycatacademy
คลิก: https://line.me/ti/p/@verycatacademy
► ปรึกษา/นัดเวลา หรือขอ Demo เรียนฟรี! : http://mkt.verycatsound.academy/mf2
► โทร: 085-666-2425

2.
VERYCATSOUND Membership เริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ของคุณด้วยคลาสเรียน Exclusive รายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้
► ดูรายละเอียดและสมัครเลย: https://verycatsound.com/join-member/

ติดต่อ
เรื่องเรียนทำเพลง ► LINE : @verycatacademy
จ้างทำเพลง ► LINE : @verycatsound

#VeryCatSound #TheRealProducer #สอนทำเพลง #เรียนทำเพลง #garageband #mac #apple

Leave a Comment

ベリーキャットサウンド ©2014 Copyright. All Rights Reserved.