ต้องทำเองเยอะแค่ไหน? เพลงถึงจะเป็นของเรา

ต้องทำเองเยอะแค่ไหน? เพลงถึงจะเป็นของเรา

Share via:

Krissaka Tankritwong

ต้องทำเองเยอะแค่ไหน? เพลงถึงจะเป็นของเรา

ปัจจุบันมีการใช้ AI ทำเพลงจนแพร่หลายแทบจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ทั้งจะใช้ทำเพลงจาก prompt จนเสร็จสรรพ หรือว่าจะแค่ใช้มาทำสักส่วนหนึ่งของเพลงก็พอ ก็มีการใช้งานหลากหลายแบบกันไป แต่มุมมองหนึ่งที่น่าสนใจอยากหยิบยกมาพูดคุยกัน คือ ความป็นเจ้าของเพลง ว่าเราต้องทำเองเยอะแค่ไหน เพลงถึงจะเป็นของเรา

อย่าที่เกริ่นไปแล้วว่า การใช้ AI ทำเพลงมีการพัฒนาไปหลายระดับ ตั้งแต่ระดับ Prompt ล้วน คือสั่งการด้วยข้อความแล้วให้ระบบสร้างสรรค์เนื้อร้อง ทำนอง และดนตรีให้เสร็จสรรพ ไปจนถึงระดับ AI Assist หรือการให้มนุษย์เป็นผู้กำหนดไอเดียตั้งต้น (เช่น แต่งเนื้อร้องและอัดทำนองหลักมาเอง) แล้วปล่อยให้ AI รับหน้าที่เรียบเรียงดนตรี หรือเข้ามาช่วยในขั้นตอนสุดท้ายอย่างการ Mix & Mastering ซึ่งมีตั้งแต่สัดส่วนการพึ่งพาเทคโนโลยีแบบ 10:90 ไปจนถึง 90:10

ซึ่งในแง่ของกฎระเบียบสากล ปัจจุบันก็ยังคงคลุมเครือและไม่มีคำจำกัดความที่ชัดเจนว่าวัดเป็นตัวเลขกี่เปอร์เซ็นต์ บรรทัดฐานทั้งหมดในตอนนี้เลยขึ้นกับ ระดับความพึงพอใจของแต่ละคนเองมากกว่า ซึ่งอาจจะพอแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก

กลุ่มที่ 1: พอใจที่เนื้อหาและความคิดสร้างสรรค์ (The Lyricist / Concept Creator) คนกลุ่มนี้อาจจะเป็นคนที่เก่งเรื่องการร้อยเรียงภาษา เขียนเนื้อร้อง เขียนกลอน ที่ถ้าสามารถควบคุมทิศทางของเนื้อหาได้ แล้วปล่อยให้ AI ช่วยเนรมิตทำนองและดนตรีที่เหลือออกมาจนเป็นเพลงที่ไพเราะ ก็สามารถรู้สึก “ฟิน” และยอมรับว่านี่คือเพลงของตัวเอวได้อย่างสนิทใจ ซึ่งในแง่กฎหมายพวกเขาก็คือเจ้าของลิขสิทธิ์เนื้อร้องนั้นจริง ๆ

กลุ่มที่ 2: พอใจที่ทำนองและอารมณ์หลัก (The Songwriter) กลุ่มนี้ต้องการขยับขึ้นมาควบคุมมิติของเสียงร้อง  ต้องเป็นคนคิดทางเดินโน้ตและจังหวะของเสียงร้องหลัก (Vocal Melody) ด้วยตัวเอง อาจจะฮัมเพลงหรือดีดกีตาร์โปร่งคลอไปด้วย แต่เนื่องจากทำดนตรีไม่เป็นหรือไม่เก่ง จึงใช้ AI ช่วยเรียบเรียง Backing Track ให้ ซึ่งสัดส่วนเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้รู้สึกภูมิใจในฐานะเจ้าของบทเพลง

กลุ่มที่ 3: จิตวิญญาณแห่งการควบคุมทุกตัวโน้ต (The Composer / Arranger) สำหรับคนกลุ่มนี้ ต่อให้ AI จะทำดนตรีออกมาได้ไพเราะระดับมาสเตอร์พีซขนาดไหน พวกเขาก็จะยังคงรู้สึก “ว่างเปล่า” เพราะลึกๆ ข้างในพวกเขามีจิตวิญญาณของนักประพันธ์ (Composer) ที่ต้องการดีไซน์คอร์ด เมโลดี้ และทิศทางดนตรีเองทุกตัวโน้ต หากไม่ได้ลงมือทำเองเกิน 80% จะไม่สามารถพูดคำว่านี่คือเพลงของเราได้อย่างเต็มปาก

ซึ่งสำหรับตัวผมเองก็อยู่ในประเภทที่สาม แต่ หากจะให้คำนิยามว่าตรงไหนคือจุดที่รับได้ในการใช้เครื่องมือทุ่นแรง ผมมองว่าหากเราปั้นโครงสร้างดนตรีหลักขึ้นมาเองแล้ว (เกิน 80%) ส่วนที่เหลืออีก 20% ที่เป็นงานเชิงเทคนิค เช่น การหยิบลูปรสชาติแปลก ๆ มาแต่งแต้มสีสัน หรือการกดให้โปรแกรมช่วยคำนวณค่า EQ หรือจำลอง Mastering สำเร็จรูปในช่วงท้ายเพื่อความรวดเร็ว จุดนี้ผมไม่มีปัญหาเลย เพราะมันไม่ได้ทำลายแก่นแท้ของการดีไซน์ตัวเพลง

ในเชิงภาพรวม หากเรามองดนตรีในฐานะสิ่งของเพื่อใช้งาน การพึ่งพา AI แบบ 100% ตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยมและใช้งานได้จริง แต่หากมองดนตรีในฐานะ “งานศิลปะ” คุณค่าของมันจะผูกติดอยู่กับความพยายาม วินัย และการแสดงตัวตนของศิลปินผ่านการเลือกตัวโน้ต ซึ่งตรงนี้ AI แบบป้อนคำสั่ง (Prompt) ทั่วไปในตลาดยังไม่สามารถตอบสนองได้

แต่แนวโน้มในอนาคต อุตสาหกรรมเพลงก็กำลังเริ่มพัฒนาและเปลี่ยนทิศทางไปสู่การสร้าง AI สำหรับคนดนตรีโดยเฉพาะ ซึ่งจะไม่ใช่การคิดแทนหรือเสกเพลงให้จบในคลิกเดียว แต่เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย ให้คนทำเพลงสามารถวาด ซ่อมแซม หรือเนรมิตทุกตัวโน้ตในหัวให้ออกมาเนี๊ยบและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นทิศทางที่น่าจับตามองอย่างมาก

สุดท้ายนี้ มันไม่มีคำว่าถูกหรือผิด และไม่ใช่ประเด็นที่จะนำมาเถียงกันแบบดราม่า เพราะมาตรฐานและบรรทัดฐานในใจของมนุษย์แต่ละคนไม่เท่ากัน หากคุณพอใจที่จะทำเพียง 10% แล้วให้เทคโนโลยีจัดการส่วนที่เหลือ นั่นคือเวย์ของคุณ แต่ถ้าคุณโดน “คำสาปดนตรี” เล่นงานจนกลายเป็นคนพอใจยากที่ต้องลงมือทำเองทุกขั้นตอน ทางเดียวที่จะพ้นคำสาปคือการหันมาศึกษาทฤษฎีดนตรีเพื่อสร้างสรรค์มันด้วยฝีมือตัวเองครับ

สำหรับใครที่อยากทลายกำแพงความรู้ และต้องการเป็นผู้ควบคุมทุกตัวโน้ตในบทเพลงของตัวเองอย่างแท้จริง สามารถพบกันได้ในคลาส The Real Producer หรือถ้าอยากเริ่มต้นศึกษาเบื้องต้น สามารถสมัครเป็น Membership เพื่อดูรายละเอียดบทเรียนได้ทันที

ใครที่มีความฝันในการทำเพลง และติดตามกันมาตลอด Verycatsound ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนครับ


เราไม่ได้สอนให้คุณแค่ทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง
ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ
หากคุณสนใจการทำดนตรีจริงๆ แบบลึก จริงจัง คุณเลือกได้ ระหว่าง

1.
หลักสูตร The Real Producer
REAL / DEEP / EXCLUSIVE
“ลึกและตรงประเด็นที่สุดกับการทำเพลง”
เนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำดนตรี ในระดับมืออาชีพ
เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาดนตรีแท้ๆ ที่เป็นรากฐานในการสร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพทัดเทียมสากล
สนใจหลักสูตร หรือ และข้อมูลเพิ่มเติม ที่ link
► สอบถามหลักสูตร: LINE Official @verycatacademy
คลิก: https://line.me/ti/p/@verycatacademy
► ปรึกษา/นัดเวลา หรือขอ Demo เรียนฟรี! : http://mkt.verycatsound.academy/mf2
► โทร: 085-666-2425

2.
VERYCATSOUND Membership เริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ของคุณด้วยคลาสเรียน Exclusive รายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้
► ดูรายละเอียดและสมัครเลย: https://verycatsound.com/join-member/

ติดต่อ
เรื่องเรียนทำเพลง ► LINE : @verycatacademy
จ้างทำเพลง ► LINE : @verycatsound

#VeryCatSound #TheRealProducer #สอนทำเพลง #เรียนทำเพลง #aimusic #copyright #mysong

Leave a Comment

ベリーキャットサウンド ©2014 Copyright. All Rights Reserved.