ทำไมคน 90% เรียนทำเพลงแล้วไปไม่รอด ?
มีหลายคนที่เรียนทำเพลง แต่ยังไม่สามารถทำเพลงออกมาได้ซักที ไม่ใช่ว่าเราไม่มีพรสวรรค์ในการทำเพลง แต่มันอาจเป็นเพราะเรากำลังหลงทิศทางของการเรียนอยู่ นี่คือ 5 เหตุผลสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไปไม่รอด พร้อมวิธีแก้ไขที่จะช่วยให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ของการทำเพลง
การใช้ DAW หรือปลั๊กอินเก่ง ๆ เป็นเรื่องดี แต่ในการทำเพลงให้ได้ อาจเป็นแค่เรื่องผิว ๆ เมื่อเทียบกับการดีไซน์ดนตรีซึ่งเป็นหัวใจสำคัญมากกว่า ไม่ว่าจะเรื่องโครงสร้างเพลง คอร์ด เสียงประสาน เมโลดี้ หรืออื่น ๆ ถ้ายังแต่งเพลงไม่ได้ การให้ความสำคัญกับทฤษฎีดนตรี คือรากฐานที่มั่นคงกว่าแล้วเมื่อเราเข้าใจดนตรี ถึงจะใช้ DAWs หรือปลั๊กอินต่าง ๆ ในการสร้างหรือจัดการเสียงต่าง ๆ ให้ออกมาเป็นเพลงตามที่คิดไว้
ต่อให้มีความรู้ทฤษฎีดนตรีมากแค่ไหน จะไม่มีความหมายถ้าไม่ได้ถูกใช้มากพอ เราอย่ารอให้รู้ทฤษฎีดนตรีมากพอจนเริ่มทำเพลง แต่ให้ทำเพลงควบคู่กันไปเลย พอรู้เรื่องคอร์ดก็มาลองทำดู หรือรู้เรื่องเสียงประสานหรือสเกลเพิ่มเติมก็ลองทำทันที ถ้าทำแบบนี้จะช่วยให้เราจดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ดีกว่า รวมถึงพื้นฐานแน่นเพราะได้ทบทวนของเดิมอยู่เรื่อย ๆ ด้วย
ช่วงเริ่มต้นมักจะสนุกเสมอ แต่พอเรียนไปได้ระดับหนึ่งจะเจอจุดที่ยากขึ้น โดยที่มักจะเป็นจุดวัดใจจะอยู่ที่การฝึกซ้อมสเกลที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะฝึกได้ครบ ถึงแม้ว่าในโปรแกรมจะสามาร Transpose ทำให้จริง ๆ ถ้าเล่นแค่คีย์ C ก็ทำเพลงได้ แต่พอถึงจุดหนึ่งจะรู้สึกว่าการทำเพลงถึงทางตัน และไปต่อไม่ได้ เพราะหลายเพลงบนโลกมีการใช้คอร์ดนอกคีย์ การเปลี่ยนคีย์ระหว่างเพลง หรือการใช้ Mode ที่มันต้องอาศัยความเข้าใจในสเกล ที่ทำให้เราสามารถคิดและลงมือเล่นออกมาได้ทันที ซึ่งเรื่องพวกนี้จะยากเกินกว่าที่เราจะเล่นแค่คีย์ C แล้วทำได้
รสนิยมที่ดีเกิดจากการฟังเพลงให้กว้างและลึก ทั้งแนวเพลงที่เราชื่นชอบให้เข้าใจถึงแก่น หาลูกเล่นที่น่าสนใจหรือโดดเด่นกว่าเพลงในแนวเดียวกัน และฟังเพลงในแนวอื่น ๆ ให้เห็นไอเดียที่เอามาประยุกต์ได้ ถ้าฟังเพลงอยู่แค่แนวเดิม ๆ เราจะติดกับดักไอเดียซ้ำซาก และคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมีรสนิยม ซึ่งจริง ๆ ยังมีลูกเล่นอีกมากที หลายศิลปินก็เอาไอเดียจากการฟังเพลงที่กว้างและลึกพอ มาประยุกต์ทำเพลงจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา
การทำเพลงเก่ง ก็ไม่ได้หมายความจะเป็นเพลงที่ต้องการของวงการเสมอไป ถ้าอยากทำเพลงให้มีคนฟัง หรือให้เพลงสร้างรายได้กลับมาได้ ก็ต้องคิดถึงเรื่องแบรนด์ การตลาด กลุ่มเป้าหมายผู้ฟัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเป็นความต้องการที่อยู่นอกเหนือทักษะการทำเพลง แต่กำหนดให้เราต้องทำเพลงเพื่อตอบรับโจทย์สิ่งเหล่านี้ และให้เราสามารถทำเพลงในอุตสาหกรรมได้ ถ้าไม่เข้าใจเลย เราจะกลายเป็นคนที่เรียนทำเพลงจนจบได้ แต่ไม่สามารถเอาไปใช้ในชีวิตจริงหรือการทำงานจริงได้
สำหรับใครที่สนใจในการทำเพลงอยากเรียนรู้การทำเพลงอย่างมืออาชีพ เรามีหลักสูตร The Real Producer ที่รวบรวมเนื้อหาแบบตรงจุด ครบทุกประเด็นที่จำเป็นต่อการทำเพลง ช่วยให้คุณเป็นโปรดิวเซอร์ทำเพลงได้ทุกแนวอย่างแน่นอน สนใจสามารถติดต่อได้ที่ Verycatsound หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ และเป็นกำลังใจสำหรับคนทำเพลงทุกคนครับ
เราไม่ได้สอนให้คุณแค่ทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง
ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ
หากคุณสนใจการทำดนตรีจริงๆ แบบลึก จริงจัง คุณเลือกได้ ระหว่าง
1.
หลักสูตร The Real Producer
REAL / DEEP / EXCLUSIVE
“ลึกและตรงประเด็นที่สุดกับการทำเพลง”
เนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำดนตรี ในระดับมืออาชีพ
เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาดนตรีแท้ๆ ที่เป็นรากฐานในการสร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพทัดเทียมสากล
สนใจหลักสูตร หรือ และข้อมูลเพิ่มเติม ที่ link
► สอบถามหลักสูตร: LINE Official @verycatacademy
คลิก: https://line.me/ti/p/@verycatacademy
► ปรึกษา/นัดเวลา หรือขอ Demo เรียนฟรี! : http://mkt.verycatsound.academy/mf2
► โทร: 085-666-2425
2.
VERYCATSOUND Membership เริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ของคุณด้วยคลาสเรียน Exclusive รายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้
► ดูรายละเอียดและสมัครเลย: https://verycatsound.com/join-member/
ติดต่อ
เรื่องเรียนทำเพลง ► LINE : @verycatacademy
จ้างทำเพลง ► LINE : @verycatsound
#VeryCatSound #TheRealProducer #สอนทำเพลง #เรียนทำเพลง #musicclass #musicacademy #survival
นโยบายการคืนเงินและยกเลิกรายการ (Refund & Cancellation Policy) [link]