อายุเยอะแล้ว ยังทำอาชีพทำเพลงทันไหม?

อายุเยอะแล้ว ยังทำอาชีพทำเพลงทันไหม?

Share via:

Krissaka Tankritwong

อายุเยอะแล้ว ยังทำอาชีพทำเพลงทันไหม?

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่คนวัยทำงานมักพูดเสมอ คือ ถ้าอายุเยอะแล้ว จะเริ่มเรียนทำเพลงหรือเปลี่ยนสายอาชีพมาเป็น producer ตอนนี้ จะยังทันไหม? เรื่องนี้จะตอบว่า “ทัน” หรือ “ไม่ทัน” ก็คงฟันธงไม่ได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลาย ด้านในชีวิต แต่ขอใช้คำว่ามันเป็นไปได้เสมอถ้าเราตั้งใจ มาดูกันครับ

คนวัยทำงานหลายคนชอบเทียบกับเด็ก ที่มีความได้เปรียบในเรื่องของกล้ามเนื้อมือที่ยังไม่แข็ง และสมองที่เปิดรับสิ่งใหม่ได้ไวเหมือนแก้วที่ยังว่างเปล่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว การที่ผู้ใหญ่ลงมือฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเปียโน การชงชา หรือการทำสวน สมองก็ต้องสร้างเนื้อเยื่อและกลไกการจดจำกล้ามเนื้อ ขึ้นมาใหม่ไม่ต่างกัน มันอาจจะรู้สึกฝืนในตอนเริ่มบ้าง ซึ่งก็ไม่ต่างกันมากในทั้งเด็กและผู้ใหญ่

สิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่จริง ๆ ไม่ใช่อายุ แต่คือ “เวลาสะสม” ดนตรีเป็นเรื่องของชั่วโมงบิน เด็กที่ดูเหมือนเป็นโปรดิวเซอร์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นเพราะเขาอาจจะสะสมการซ้อมและการอยู่กับดนตรีมาทีละเล็กละน้อยรวมกันกว่า 500-1,000 ชั่วโมงตลอด 10-20 ปีที่ผ่านมา 

คีย์สำคัญจึงมีเพียงข้อเดียวที่จะตอบได้ว่าเป็นผู้ใหญ่ยังทำงาน producer ได้ คือสามารถเจียดเวลาชีวิตนับจากวันนี้ให้ดนตรีได้ถึง 1,000 ชั่วโมง ได้มั้ย ถ้าคำตอบคือได้ การเป็น producer ก็เป็นไปได้

นอกจากนี้ ขอเสริมว่าการทำเพลงมันอาชีพที่เกี่ยวข้องอยู่หลายอย่าง และเราต้องทบทวนตัวเองว่าเราอยากเป็นแบบไหน ซึ่งแต่ละตำแหน่งใช้เวลาในการสะสมทักษะเพื่อให้เป็นมืออาชีพไม่เท่ากัน

  • Songwriter (นักแต่งเนื้อร้อง/ทำนองหลัก): เน้นการเขียนคำร้องและสัมผัสของเมโลดี้ร้องหลัก อาจใช้เครื่องดนตรีชิ้นเดียวช่วยในการคิด สายนี้ใช้เวลาเรียนรู้และฝึกฝนราว 300 ชั่วโมง (หากตั้งใจเจียดเวลาวันละ 1 ชั่วโมง ปีเดียวก็สามารถทำเป็นอาชีพได้)
  • Sound Engineer (มิกซ์/มาสเตอร์เสียง): โฟกัสเรื่องการขัดเกลามิติและคุณภาพของเสียงให้เนี๊ยบ สายนี้ใช้เวลาฝึกฝนราว 200-300 ชั่วโมง แต่ต้องแลกมาด้วยต้นทุนค่าอุปกรณ์ระบบเสียงและห้องอคูสติกที่ค่อนข้างสูง
  • Producer / Arranger (คนเรียบเรียงดนตรีทั้งหมด): ดีไซน์ไลน์ดนตรีทุกชิ้น (กลอง เบส กีตาร์ คีย์บอร์ด) มาผสมผสานกันให้เกิดฮาร์โมนีที่สวยงาม ยิ่งถ้าต้องการแตกฉานดนตรีสเกลใหญ่อย่างวงออเคสตร้าหรือดนตรีภาพยนตร์ (Film Score) สายนี้ต้องใช้เวลาดิ่งลึกไม่ต่ำกว่า 1,000 ชั่วโมง เป็นอย่างต่ำ

ซึ่งแต่ละช่วงวัยก็มีเวลาว่างและความรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ ชีวิต หรือคนรอบข้างไม่เท่ากัน มาดูกันต่อได้ว่าแต่ละช่วงวัยมีผลต่อการคว้าฝันดนตรีที่แตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน 

  • ช่วงวัยต่ำกว่า 20 ปี (วัยเรียน): ทันเหลือแหล่ ดนตรีคือการวิ่งมาราธอนระยะยาว น้อง ๆ วัยนี้มีเวลาสะสมทักษะอีกมาก และมักจะได้เปรียบตรงที่ยังมีครอบครัวคอยซัพพอร์ตเรื่องค่าใช้จ่าย

ข้อจำกัด: อยู่ที่วินัยในการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องยาวนาน และการจัดหาต้นทุนเรื่องค่าเรียนหรืออุปกรณ์ดนตรี ซึ่งหากมีความตั้งใจจริง ปัจจุบันมีโปรแกรมซัพพอร์ตสำหรับเด็กกลุ่มนี้ค่อนข้างเยอะ

  • ช่วงวัย 20 – 30 ปี (วัยเริ่มต้นทำงาน): เป็นช่วงวัยที่ยังสามารถ “หักดิบ” โดดออกจากเรือลำเดิมเพื่อเปลี่ยนทิศทางชีวิตใหม่ได้สำเร็จ ส่วนตัวผมเองก็เริ่มซ้อมเปียโนจริงจังตอนอายุ 24-25 ปี และเรียนจบดนตรีอีกใบตอนเกือบ 30 ปี

ข้อจำกัด: เป็นวัยที่ต้องแข่งกับเวลาและการค้นหาตัวเอง หากเริ่มต้นช้าหรือจับจด เวลาจะผ่านไปเรื่อย ๆ จนเริ่มเข้าสู่แรงกดดันของภาระหน้าที่ที่ต้องหาเงินมาเลี้ยงดูตัวเอง

  • ช่วงวัย 30 – 40 ปี (วัยสร้างมั่นคง): เริ่มเปลี่ยนทิศทางแบบหักดิบได้ยากขึ้นเนื่องจากมีภาระในชีวิตที่ต้องการเม็ดเงินมาหล่อเลี้ยงสูง การเริ่มต้นนับศูนย์ใหม่ในอาชีพทำเพลงอาจทำให้รายได้ช่วงแรกไม่ทันกับรายจ่าย

ข้อจำกัด: การทิ้งเส้นทางเดิมเพื่อย้ายสายแบบทันทีทำได้ยาก ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการเลือกเป้าหมายที่เจาะจง (เช่น เป็น Songwriter อย่างเดียว) เพื่อให้ถึงเป้าหมายไวขึ้น หรือเลือกเรียนรู้เพื่อทำดนตรีควบคู่ไปกับอาชีพเดิมโดยไม่ทิ้งงานหลัก

  • ช่วงวัย 40 ปีขึ้นไป (วัยเติบโตและต่อยอด): ความเป็นไปได้ที่จะเริ่มต้นเพื่อเป็นศิลปินวัยรุ่นอาจจะต่ำลง แต่จุดเด่นคือคนวัยนี้หลายคนเริ่มมีความมั่นคงในชีวิตแล้ว การเรียนดนตรีจึงมักทำเพื่อความพึงพอใจของตัวเอง หรือเรียนเพื่อต่อยอดทางธุรกิจ เช่น การเปิดค่ายเพลงหรือห้องอัดเสียงของตัวเอง

แง่คิดหนึ่งที่อยากให้ผู้ใหญ่ลองคิดดูคือ โลกใบนี้สร้างความสมดุลมาเสมอ คนอายุเยอะอาจจะคิดว่าตัวเองเสียเปรียบเด็ก แต่ความจริงแล้วผู้ใหญ่มีข้อได้เปรียบ คือ วินัยดนตรี แม้เด็กๆ อาจจะเรียนรู้ไวแต่จิตใจยังไม่แกร่งพอที่จะทนอยู่กับความน่าเบื่อได้นาน แต่ผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาเยอะ เมื่อตั้งเป้าหมายว่าจะเอาให้ได้ พวกเขาจะมีวินัยเหล็กที่สามารถนั่งซ้อมสเกลซ้ำ ๆ ข่มตาทำเรื่องยาก ๆ ได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ ประสบการณ์ชีวิตต่าง ๆ ทั้ง ความเศร้า ความเครียด ความผิดหวัง และความรักที่ผู้ใหญ่เคยเผชิญมาตลอดหลายสิบปี คือ “วัตถุดิบชั้นดี” ที่หล่อหลอมให้การแต่งเพลงหรือคราฟต์ซาวด์ดนตรีออกมามีความคมคาย มีมิติ และกินใจคนฟังได้ลึกซึ้งกว่ามุมมองของเด็กที่ยังอ่อนประสบการณ์ครับ

สำหรับใครที่พร้อมจะปลดล็อกศักยภาพของตัวเองและลุยบนเส้นทางสายดนตรีอย่างจริงจัง หลักสูตร The Real Producer ของ Very Cat Academy ออกแบบมาเพื่อเป็นโครงสร้างและเสาหลักในการทำเพลงระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ หรือหากอยากเริ่มต้นทดลองเรียนรู้ สามารถสมัครสมาชิกระบบ Membership ของเราได้ทันที ฝากกดไลก์ กดแชร์ และติดตามช่องของเราด้วย หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคน


เราไม่ได้สอนให้คุณแค่ทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง
ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ
หากคุณสนใจการทำดนตรีจริงๆ แบบลึก จริงจัง คุณเลือกได้ ระหว่าง

1.
หลักสูตร The Real Producer
REAL / DEEP / EXCLUSIVE
“ลึกและตรงประเด็นที่สุดกับการทำเพลง”
เนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำดนตรี ในระดับมืออาชีพ
เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาดนตรีแท้ๆ ที่เป็นรากฐานในการสร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพทัดเทียมสากล
สนใจหลักสูตร หรือ และข้อมูลเพิ่มเติม ที่ link
► สอบถามหลักสูตร: LINE Official @verycatacademy
คลิก: https://line.me/ti/p/@verycatacademy
► ปรึกษา/นัดเวลา หรือขอ Demo เรียนฟรี! : http://mkt.verycatsound.academy/mf2
► โทร: 085-666-2425

2.
VERYCATSOUND Membership เริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ของคุณด้วยคลาสเรียน Exclusive รายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้
► ดูรายละเอียดและสมัครเลย: https://verycatsound.com/join-member/

ติดต่อ
เรื่องเรียนทำเพลง ► LINE : @verycatacademy
จ้างทำเพลง ► LINE : @verycatsound

#VeryCatSound #TheRealProducer #สอนทำเพลง #เรียนทำเพลง #career #musicproducer #old

Leave a Comment

ベリーキャットサウンド ©2014 Copyright. All Rights Reserved.