คุณค่าของงานอาชีพ Music Producer
มาอยู่กับ Producer Life รายการใหม่สบาย ๆ ที่จะพูดคุย ชวนสำรวจชีวิตอีกด้านหนึ่งของโปรดิวเซอร์ นอกเหนือไปจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และห้องอัดเสียง หลังจาก EP แรก ผมได้เปิดกรุแผ่นเสียงที่เคยฟังในอดีตไปแล้ว เทปนี้เราจะขยับมาคุยกันถึงเรื่องที่มีความจริงจังขึ้นมาอีกนิด แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นคำถามที่เคยเกิดขึ้นในใจของใครหลายคน นั่นคือเรื่องของ คุณค่าในงานที่เรากำลังทำอยู่ จะเป็นยังไงมาดูกันครับ
ไม่ว่าตอนนี้เราจะทำงานในสายดนตรี หรือกำลังทำงานในอาชีพอื่นแล้วใช้เวลาว่างฝึกฝนเพื่อย้ายสายมาทำดนตรีก็ตาม ผมเชื่อว่าเมื่อเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง เราทุกคนมักจะตั้งคำถามกับตัวเองว่า งานที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันมีคุณค่าจริงๆ หรือเราแค่ทำมันไปวัน ๆ เพื่อแลกเงิน ? ก็อยากชวนมาดูในมุมมองของผมกันสักหน่อย เผื่อจะเป็นแบบใครหลายคน
จากความหมกมุ่น สู่สภาวะ Burnout ของคนเบื้องหลัง
ย้อนกลับไปในวันที่ผมเลือกเดินเส้นทางสายนี้ มันเริ่มจากการที่ผมหลงใหลในดนตรีสไตล์ Shibuya-kei มาก ดนตรีแนวนี้มีความซับซ้อนและต้องอาศัยความเข้าใจในศาสตร์ดนตรีแบบแตกฉาน ผมจึงตัดสินใจเรียนต่อด้านนี้อย่างจริงจังในมหาวิทยาลัยจนจบ และผันตัวมาทำอาชีพโปรดิวเซอร์รับงานแต่งเพลงเรียบเรียงดนตรี
ในช่วงแรกสารภาพตรง ๆ เลยว่า ผมทำงานด้วยวิธีคิดแบบชีพจรลงเท้า คือ “ได้เงินก็ทำ” เพราะมันคืออาชีพเพื่อการอยู่รอด ส่วนเพลงในฝันที่ตัวเองอยากทำก็ค่อยแบ่งเวลาไปทำเพื่อตอบสนองความต้องการส่วนตัว แต่พอต้องรับงานตามสั่งของลูกค้าไปเรื่อย ๆ ทำงานในสิ่งที่เราไม่ได้อินอย่างเพลงตลาดทั่วไป หรือต้องเจอปัญหาบั่นทอนจิตใจ เช่น การโดนบิดพริ้วสัญญา เงินออกช้า โดนบริษัทโกง หรือต้องอดหลับอดนอนทำงานภายใต้ความกดดันบ่อย ๆ ในที่สุดผมก็หนีไม่พ้นสภาวะ Burnout (หมดไฟ)
ผมเคยหมดไฟจนต้องหนีไปพักใจที่ญี่ปุ่น พอหายไปได้ก็กลับมาลุยงานต่อ แล้วสักพักก็วนกลับมา Burnout ซ้ำอีกรอบ เป็นลูปความรันทดที่คนทำงานเบื้องหลังหลายคนน่าจะเข้าใจดี จนกระทั่งชีวิตเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ นั่นคือการได้เริ่มต้น “สอนดนตรี”
ค้นพบ Mission ใหม่: ลาจากบทบาทศิลปิน สู่ “ผู้สร้างฝัน” ให้คนอื่น
ผมค้นพบความสุขและคุณค่ารูปแบบใหม่ตอนที่ได้มาเปิดสอนหลักสูตร The Real Producer การได้ถ่ายทอดความรู้เชิงลึกแล้วเห็นนักเรียนที่เริ่มต้นจากศูนย์สามารถแต่งเพลงจนจบเป็นเรื่องเป็นราวได้ บางคนใช้ความรู้ที่ได้ไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยดนตรีสำเร็จ และที่ทำให้ผมภูมิใจที่สุดคือ หลายคนเรียนไปถึงระดับ Level 4 จนสามารถเปลี่ยนอาชีพไปเป็นโปรดิวเซอร์รับงานเองได้อย่างยั่งยืน ความสำเร็จของพวกเขาเหล่านั้นกลายมาเป็นพลังใจหลักที่คอยเติมเต็ม คุณค่าในชีวิตให้กับผม
ถามว่าจริง ๆ ยังอยากเป็นศิลปินอยู่ไหม? คำตอบคือยังอยากเป็น และเคยผ่านช่วงชีวิตที่ได้ทำมันไปแล้วด้วย แต่ ณ ช่วงชีวิตปัจจุบันนี้ ผมพบว่าภารกิจหรือ Mission ที่สำคัญกว่าการเป็นศิลปินเดี่ยว คือการได้ทำหน้าที่ช่วยผลักดันให้คนอื่นไปถึงฝั่งฝัน ไม่ว่าพวกเขาจะอยากเป็นศิลปินอาชีพหรือเป็นโปรดิวเซอร์ก็ตาม
รวมไปถึงการทำงานโปรดักชั่นในปัจจุบันที่ผมเริ่มเลือกรับงานได้ งานล่าสุดที่คุณหมอมาจ้างให้ทำเพลงดนตรีบำบัดด้วยเทคนิค Binaural Beats ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ต้องสร้างคลื่นความถี่ต่างกัน 10 Hz ระหว่างหูซ้ายขวาเพื่อสร้างสมาธิ มันเป็นงานที่แปลก ท้าทาย และต้องใช้ความเชี่ยวชาญขั้นสูง หรือเคสลูกค้าที่แต่งเพลงด้วยเปียโนตัวเดียวแล้วอยากให้เราดีไซน์เรียบเรียงดนตรีขึ้นมาใหม่ในสไตล์ Impressionist ซึ่งเราต้องเข้าไปผ่าตัดโครงสร้างฮาร์โมนีและเลือกใช้โหมดดนตรีใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ได้สำเนียงตามที่เขาจินตนาการไว้
การได้ใช้ศักยภาพเฉพาะตัวของเราเข้าไปช่วยวิเคราะห์ และสร้างโลกในหัวของลูกค้าให้กลายเป็นความจริงขึ้นมาได้สำเร็จ มันทำให้ผมรู้สึกว่าเราได้ทำภารกิจที่มีความหมายร่วมกัน และนั่นคือรูปแบบความสุขที่แท้จริงของการทำงานในตอนนี้
คำสาปดนตรี และการตามหา “อิกิไก” ของตัวเอง
หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ในยุคนี้ทำไมลูกค้าไม่ใช้ AI ทำเพลง ? ซึ่งลูกค้าของผมหลายคนก็เคยลองกด AI แล้ว และยอมรับว่ามันเพราะดี แต่มัน “ไม่ใช่เพลงของเขา” การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์ที่มี Vision แบบศิลปินกับโปรดิวเซอร์ที่เข้าใจศาสตร์ดนตรีลึกซึ้ง จึงเป็นสิ่งที่ AI เข้ามาแทนที่ไม่ได้เลย
เรื่องนี้อาจจะคาบเกี่ยวกับปรัชญา อิคิไก (Ikigai) หรือการค้นพบความหมายของการมีชีวิตอยู่ การได้เรียนดนตรีและทำตามใจตัวเองจนสาแก่ใจในตอนหนุ่มมันมีความหมายต่อตัวเราเองก็จริง แต่มันจะน่าอิ่มเอมใจยิ่งกว่าถ้าดนตรีที่เราทำสามารถสร้างคุณค่าและตอบโจทย์ความต้องการของผู้อื่นได้ด้วย
คนที่หลงรักและหมกมุ่นในรายละเอียดของดนตรีลึก ๆ มักจะเหมือน “คนที่ต้องคำสาป” เราคอยแต่นั่งแกะว่าคอร์ดนี้ทำงานยังไง สเกลนี้ทำไมมันเท่จัง โดยไม่สนใจว่าทำแล้วสังคมจะมองเห็นหรือให้เครดิตเราไหม และวิธีเดียวที่จะแก้คำสาปนี้ได้ ไม่ใช่การวิ่งหนี แต่คือการลุยไปกับมันให้สุดทาง จนความเชี่ยวชาญของเราสามารถแปรเปลี่ยนเป็นแสงสว่างที่ช่วยส่องทางและขับเคลื่อนความฝันให้กับคนรอบข้างได้
ก่อนจากกัน ผมอยากชวนทุกคนมาคอมเมนต์พูดคุยและแชร์ร่วมกันหน่อยครับว่า มีงานหรือสิ่งไหนในชีวิตที่คุณทำอยู่แล้วรู้สึกว่ามันทำให้ชีวิตของคุณมีความหมายบ้าง? อาจจะเกี่ยวกับดนตรีหรือไม่เกี่ยวก็ได้ หรือใครจะแยกพาร์ทว่างานประจำให้คุณค่าแบบหนึ่ง ส่วนงานอดิเรกดนตรีให้ความหมายอีกแบบหนึ่งก็ได้เช่นกัน ผมอยากฟังสตอรี่และเรียนรู้เรื่องราวของทุกคนครับ
สำหรับใครที่สนใจอยากเรียนรู้ลึกแบบมืออาชีพ สามารถพบกันได้ในคลาส The Real Producer หรือสมัครสมาชิก Membership เพื่อดูรายละเอียดบทเรียนเบื้องต้นหลังคลิปนี้ได้เลยครับ ฝากกดไลก์ กดแชร์ และกด Subscribe หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนครับ
เราไม่ได้สอนให้คุณแค่ทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง
ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ
หากคุณสนใจการทำดนตรีจริงๆ แบบลึก จริงจัง คุณเลือกได้ ระหว่าง
1.
หลักสูตร The Real Producer
REAL / DEEP / EXCLUSIVE
“ลึกและตรงประเด็นที่สุดกับการทำเพลง”
เนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำดนตรี ในระดับมืออาชีพ
เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาดนตรีแท้ๆ ที่เป็นรากฐานในการสร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพทัดเทียมสากล
สนใจหลักสูตร หรือ และข้อมูลเพิ่มเติม ที่ link
► สอบถามหลักสูตร: LINE Official @verycatacademy
คลิก: https://line.me/ti/p/@verycatacademy
► ปรึกษา/นัดเวลา หรือขอ Demo เรียนฟรี! : http://mkt.verycatsound.academy/mf2
► โทร: 085-666-2425
2.
VERYCATSOUND Membership เริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ของคุณด้วยคลาสเรียน Exclusive รายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้
► ดูรายละเอียดและสมัครเลย: https://verycatsound.com/join-member/
ติดต่อ
เรื่องเรียนทำเพลง ► LINE : @verycatacademy
จ้างทำเพลง ► LINE : @verycatsound
#VeryCatSound #TheRealProducer #สอนทำเพลง #เรียนทำเพลง #producerlife #lifestyle #producertips