เพลงหนึ่งเพลง ไม่ได้มีแค่เนื้อร้องกับทำนอง
ในอุตสาหกรรมเพลง เรื่องลิขสิทธิ์เป็นเรื่องหนึ่งที่คนทำเพลงควรจะรู้และเข้าใจประมาณหนึ่ง เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าพอพูดถึงเพลงจะอ้างอิงแค่ลิขสิทธิ์เนื้อร้อง และ ลิขสิทธิ์ทำนองเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วในเพลงหนึ่งเพลง ไม่ได้มีแค่เนื้อร้องกับทำนอง แล้วมันมีอะไรบ้าง มาดูกันครับ
ก่อนจะพูดกัน (ในทีนี้จะขอละเว้นลิขสิทธิ์ฝั่งเทคนิคอย่าง ลิขสิทธิ์การบันทึกเสียง หรือลิขสิทธิ์สิ่งบันทึกเสียงออกไปก่อน) โดยในอดีตตอนที่เริ่มร่างกฎหมายลิขสิทธิ์ขึ้นมา เพลงส่วนใหญ่ยุคนั้นยังเป็นดนตรีบรรเลงหรือเพลงคลาสสิกที่มีแต่ตัวโน้ตและทำนองเพียงอย่างเดียว พอต่อมาเริ่มมีเพลงร้องเกิดขึ้น กฎหมายจึงได้เพิ่มคำว่า “เนื้อร้อง” เข้ามาคู่กับ “ทำนอง” ซึ่งในยุคโบราณที่ดนตรียังไม่มีความซับซ้อน โมเดลนี้อาจจะครอบคลุม แต่ในอุตสาหกรรมดนตรียุคปัจจุบัน บริบทของการสร้างสรรค์บทเพลงมันแตกแขนงและซับซ้อนไปไกลเกินกว่าคำจำกัดความเดิม ๆ มาก
นิยามที่แท้จริง: 3 องค์ประกอบหลักที่ถูกมองข้าม
เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการสื่อสาร เราจำเป็นต้องแยกแยะโครงสร้างเพลงที่แท้จริงออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้
เนื้อร้อง (Lyrics): ตัวอักษร คำร้อง กลอน หรือข้อความสตอรี่ที่ผู้เขียนต้องการเล่า
ทำนองหลัก (Melody): ทางเดินโน้ตและจังหวะของ “เสียงร้องหลัก” (Main Melody) เช่น ทำนองที่คุณใช้ฮัมหรือร้องออกมาตอนที่ไม่มีดนตรี
ดนตรี (Arrangement / Backing Track): ไลน์เครื่องดนตรีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กลอง เบส กีตาร์ เปียโน ซาวด์สังเคราะห์ ซาวด์ประสาน รวมถึงกรูฟและมู้ดแอนด์โทนของเพลง
ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยมากคือ ในตัวกฎหมายหรือในมุมมองของคนทั่วไป ดันเอาพาร์ทของ “ทำนองหลัก” ไปมัดรวมกับคำว่า “ดนตรี” ทำให้พาร์ทดนตรีกลายเป็นพาร์ทล่องหน ทั้งที่ในความเป็นจริง กระบวนการทำงานโปรดักชั่นในปัจจุบันแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง บางคนแต่งเนื้อร้องอย่างเดียว บางคนคิดเฉพาะทำนองร้อง (Melody) และบางคนทำหน้าที่สร้างสรรค์ดนตรี (Music Arranger)
การที่คนทำดนตรีเบื้องหลังถูกมองข้ามในแง่ของกฎหมายลิขสิทธิ์สร้างความอัดอั้นให้กับคนทำงานสายนี้มานาน เพราะขั้นตอนการออกแบบและเรียบเรียงดนตรีนั้นมีความยาก ต้องใช้ทักษะความชำนาญ และพลังงานในการสร้างสรรค์สูงมาก แต่กลับเคลมสิทธิ์การสร้างสรรค์ได้ยากเพียงเพราะคำจำกัดความที่คลุมเครือ
“แต่งเพลง” แต่ได้มาแค่ “บทกวี” ปัญหาการสื่อสารที่คนทำเพลงต้องเจอ
เพราะความรู้และความเข้าใจที่ไม่เท่ากัน คำศัพท์คำเดียวกันจึงถูกแปลความหมายไปคนละทิศทางเวลาที่คุยงาน เช่น ลูกค้าบางคนเดินมาบอกว่า “ผมแต่งเนื้อร้องมาเรียบร้อยแล้วครับ” แต่พอเปิดให้ฟัง ปรากฏว่าเขาฮัมทำนองร้องมาให้ด้วย ซึ่งแปลว่าจริง ๆ แล้วเขาแต่งทั้งเนื้อร้องและทำนองหลักมาแล้ว หรือในทางกลับกัน บางคนบอกว่า “ผมแต่งเพลงเสร็จแล้ว อยากให้ช่วยทำทำนองให้หน่อย” แต่พอส่งดิบมาให้ดู มีเพียงตัวหนังสือที่เรียงกันเป็นกลอนพืด โดยไม่มีเมโลดี้การร้องหรือคอร์ดใด ๆ เลย ซึ่งนั่นแปลว่าเขายังไม่ได้แต่งเพลง แต่เขาเพิ่งเขียน “บทกวี” เสร็จเท่านั้น
ถ้าเรามองให้ละเอียดลงไปลึกกว่า 3 ส่วนนี้ ในขั้นตอนการคิดทำนอง มันยังมีเรื่องของ “ฮาร์โมนี (Harmony)” หรือการคิดโครงสร้างคอร์ดเบื้องต้นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งจุดนี้คือรอยต่อสำคัญว่าใครเป็นคนคิด ตัว Songwriter คิดมาให้จากที่บ้าน หรือปล่อยโล่งมาให้คนทำดนตรีเป็นคนออกแบบคอร์ดสวมเข้าไปให้เอง ยิ่งไปกว่านั้น ในฝั่งดนตรียังมีเรื่องของ Sound Design และกระบวนการของ Sound Engineer ที่ต้องเข้ามาดูแลเรื่องการบันทึกเสียง การมิกซ์ และการมาสเตอร์ริ่ง ซึ่งเป็นเรื่องเชิงเทคนิคขั้นกลางถึงขั้นสูงอีกมหาศาล
ทัศนคติการฟังเพลง: คุณเสพเนื้อหา หรือเสพมวลรวมดนตรี
ในมุมมองของผู้บริโภคหรือคนฟังเพลง เราสามารถจำแนกพฤติกรรมการเสพดนตรีออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ
กลุ่มที่ 1: ฟังเนื้อร้องเป็นหลัก (Lyric-Oriented) คนกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับเนื้อร้องสูงมากถึง 50% ส่วนทำนองร้องเอาไป 40% และมองพาร์ทดนตรีแบ็คกราวด์เป็นเพียงแค่เทคนิคส่วนประกอบเอาไว้ขับเคลื่อนเสียงร้องเฉย ๆ โดยให้คุณค่ามันแค่ 10-20% ซึ่งคนฟังกลุ่มนี้มีปริมาณเยอะมากในตลาด
กลุ่มที่ 2: ฟังมวลรวมดนตรีทั้งหมด (Music-Oriented) คนกลุ่มนี้จะมองเพลงเป็นงานศิลปะเนื้อเดียวกัน โดยแบ่งสัดส่วนอย่างเท่าเทียมและแฟร์ ๆ คือ เนื้อร้อง 30% ทำนองร้อง 30% และดนตรีเรียบเรียงอีก 30% การมองแบบนี้ทำให้เราไม่มีกำแพงภาษาในการฟังเพลง สามารถซึมซับความไพเราะของเพลงชาติไหนก็ได้ในโลก แม้จะไม่เข้าใจความหมายของเนื้อร้องเลยก็ตาม
คืนความยุติธรรมให้ “พาร์ทดนตรี”
มีชุดความคิดหนึ่งที่รู้สึกว่าไม่ค่อยแฟร์กับคนทำดนตรี คือความเชื่อที่ว่า “เนื้อร้องคือการสร้างสรรค์ที่แท้จริง ส่วนดนตรีเป็นเพียงแค่เรื่องทางเทคนิค ใช้เครื่องมือหรือใช้อะไรทำเอาดื้อ ๆ ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องสร้างสรรค์ใหม่” ซึ่งแนวคิดนี้กลายเป็นสิ่งที่พบเห็นบ่อยขึ้นเมื่อมีกระแส AI ทำเพลงเข้ามา
อยากชวนให้ทุกคนตั้งคำถามกลับกันว่า “ถ้าเพลงหนึ่งเพลง ไม่มีเนื้อร้องเลย… มันยังคงเป็นเพลงอยู่ไหม” คำตอบคือ เป็นครับ เพลงคลาสสิกของโมซาร์ท (Mozart), บีโทเฟน (Beethoven) หรือดนตรีบรรเลง (Instrumental Music) ต่าง ๆ ทั่วโลกล้วนไม่มีเนื้อร้องแม้แต่คำเดียว แต่มนุษย์เราก็ยังเสพและยอมรับว่ามันคือบทเพลงอันทรงคุณค่ามานานหลายศตวรรษ
แต่ในทางตรงกันข้าม “ถ้าเพลงมีแต่เนื้อร้องที่เป็นตัวหนังสือ โดยไม่มีทำนองและไม่มีดนตรี… มันจะเป็นเพลงได้ไหม” คำตอบคือ ไม่ใช่ มันจะคงสภาพเป็นเพียงบทความหรือบทกวีเท่านั้น ตราบใดที่มันยังไม่มีคลื่นความถี่ดนตรีหรือพาร์ททำนองเข้าไปขับเคลื่อน
ฉะนั้น เลยอยากชวนทุกคนมองเห็นความสำคัญของดนตรี และกระบวนการจัดสรรดนตรีมากกว่าที่เป็นอยู่ และไม่ว่าเทคโนโลยี AI จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในพาร์ทดนตรีมากแค่ไหน แต่คุณค่าของการสร้างสรรค์โน้ตดนตรีด้วยความพยายามของมนุษย์ ก็จะยังคงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและไม่มีวันตายหายไปจากโลกนี้แน่นอนครับ
สำหรับใครที่อยากเรียนรู้การทำเพลงแบบเจาะลึก ตรงประเด็นที่สุด สามารถพบกันได้ในคลาส The Real Producer หรือถ้าอยากเริ่มต้นศึกษาเบื้องต้น สามารถสมัครเป็น Membership เพื่อดูรายละเอียดบทเรียนได้ทันที
ใครที่มีความฝันในการทำเพลง และติดตามกันมาตลอด Verycatsound ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนครับ
เราไม่ได้สอนให้คุณแค่ทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง
ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ
หากคุณสนใจการทำดนตรีจริงๆ แบบลึก จริงจัง คุณเลือกได้ ระหว่าง
1.
หลักสูตร The Real Producer
REAL / DEEP / EXCLUSIVE
“ลึกและตรงประเด็นที่สุดกับการทำเพลง”
เนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำดนตรี ในระดับมืออาชีพ
เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาดนตรีแท้ๆ ที่เป็นรากฐานในการสร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพทัดเทียมสากล
สนใจหลักสูตร หรือ และข้อมูลเพิ่มเติม ที่ link
► สอบถามหลักสูตร: LINE Official @verycatacademy
คลิก: https://line.me/ti/p/@verycatacademy
► ปรึกษา/นัดเวลา หรือขอ Demo เรียนฟรี! : http://mkt.verycatsound.academy/mf2
► โทร: 085-666-2425
2.
VERYCATSOUND Membership เริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ของคุณด้วยคลาสเรียน Exclusive รายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้
► ดูรายละเอียดและสมัครเลย: https://verycatsound.com/join-member/
ติดต่อ
เรื่องเรียนทำเพลง ► LINE : @verycatacademy
จ้างทำเพลง ► LINE : @verycatsound
#VeryCatSound #TheRealProducer #สอนทำเพลง #เรียนทำเพลง #song #lyrics #melody